1
00:00:16,239 --> 00:00:50,960
สวัสดีครับกรรมการกับชูก้าตี้บายแซ่บเหตุการณ์ครับผมสุเมธจิตภักดีบดินทร์ดำเนินการนะครับแอบซ่อนนิยามใหม่โสดของวันจันทร์ซึ่งก็คือเรื่องของซอฟสกิลเดนะครับวันนี้จะหยิบยกตัวของบทความมาจากทางฝั่งของกรุงเทพธุรกิจนะครับว่าวิจัยชี้ประชุมเยอะยิ่งๆกินพลังงานชีวิตสติหลุดทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
คือด้วยความที่อันนี้เป็นผมว่าเป็นเรื่องสำคัญในเรื่องของการประชุมนะครับว่าจริงๆแล้วมันควรจะมีการโฟกัสไปที่พอยท์แต่ละพอยท์เลยว่าเราจะคุยเรื่องอะไรบ้าง

2
00:00:50,970 --> 00:01:05,090
หนึ่ง สอง 3 4 
และคุยให้จบตามนั้นไม่ควรจะมีอะไรที่มันนอกเหนือไปกว่านั้นนะครับดังนั้นเป็นภาระที่สำคัญที่จะหยิบยกมาว่าเอ้ยทำไมตัวของการประชุมที่นานเกินไปอาจจะไม่ดีนะครับ

3
00:01:06,870 --> 00:01:13,400
จากข้อมูลของอาเซียนบริษัทซอฟต์แวร์พบว่าเหล่าผู้บริหารของบริษัทชั้นนำในเวลาประชุมเฉลี่ย
18 

4
00:01:13,410 --> 00:01:19,050
ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงของทุกวันเป็นเวลาของการประชุมซึ่งทำให้ก้าว
10% 

5
00:01:19,350 --> 00:01:28,480
ของผู้ตอบผลสำรวจสมาธิหลุดระหว่างประชุมคณะที่
7 3% ทำงานอื่นไปด้วยขณะประชุมและ

6
00:01:28,490 --> 00:01:32,010
47% 
ระบุว่าการประชุมเป็นเรื่องที่เสียเวลามากที่สุดในการทำงาน

7
00:01:32,930 --> 00:01:39,720
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในราชบัณฑิตสภาทางวิทยาศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักรปี
สอง 5 5 

8
00:01:39,730 --> 00:01:53,190
นะครับที่ทำการศึกษาสัญชาตญาณพฤติกรรมทางระบบประสาทที่แสดงออกในกลุ่มผู้เข้าประชุม
ด้วยวิธีการถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กภายในสมองและการจัดอันดับไอคิว

9
00:01:53,890 --> 00:01:59,990
งานวิจัยดังกล่าวพบว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะมีไอคิวลดลงประมาณ
15% 

10
00:02:00,000 --> 00:02:34,860
หลังเข้าร่วมการประชุมเนื่องจากความเบื่อหน่ายและการเหม่อลอยระหว่างประชุมรวมถึงความเห็นที่เสนอไปไม่ได้รับการยอมรับหรือแม้แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กลางที่ประชุมส่วนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไอคิวลดลงทั้งนั้นทั้งสิ้นนะครับไอคิวลดลงเนื่องจากเป็นผลกระทบจากการรับรู้ตัวตนที่อยู่ในสถานะที่ต่ำกว่าคนอื่นและส่งผลออกมาผ่านการตอบสนองทางพฤติกรรมในระบบประสาทที่เฉพาะเจาะจงซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการใช้เวลามากเกินไปในการประชุม
3 ารถเพิ่มความเครียด 

11
00:02:35,100 --> 00:02:53,460
ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงานได้ไม่ว่าจะเป็นการประชุมระยะยาวหลายชั่วโมงหรือการประชุมระยะสั้นติดกันหลายๆร่วมประชุมเองก็ตาม
แต่ในเมื่อเราเลิกประชุมไม่ได้แล้วจะมีการวิธีการใดที่จะทำให้ประชุมนั้นมีประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลืองพลังงานของผู้เข้าร่วมประชุมจนเกินไป

12
00:02:54,970 --> 00:03:03,660
หนึ่ง 
เริ่มประชุมด้วยการอ่านเอกสารการประชุมเจฟฟ์เบซอสนะครับหรือก็คืออดีตซีอีโอของอเมซอนได้เคยกล่าวไว้ในปี

13
00:03:03,670 --> 00:03:33,960
สอง 5 
วงนึงว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมในองค์กรจะเป็นสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่อเมซอนเคยทำมาโดยขอให้ยกเลิกการนำเสนอเพาเวอร์พอยท์ระหว่างการประชุมและจะเริ่มการประชุมโดยการให้ผู้เข้าร่วมประชุมอ่านข้อมูลการประชุมอย่างละเอียดครบทุกหัวข้อในวาระการประชุมเบซอสกล่าวว่าตัวของการปล่อยให้แต่ละคนได้อ่านเอกสารเงียบๆจะช่วยให้เกิดการสนทนาและการแลกเปลี่ยนความเห็นที่ดีในขณะเดียวกันก็เป็นวิธีที่สร้างความมั่นใจได้ว่าพนักงานทุกคนอ่านเอกสารการประชุมอย่างแน่นอน

14
00:03:34,590 --> 00:03:56,520
การประชุมเอกสารไปทางอีเมล์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอผู้บริหารมักจะเออออห่อหมกไปเป็นตามอ่านเอกสารการประชุมแล้วทั้งที่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาอาจจะยุ่งจนไม่มีเวลาอ่านก็ได้นะครับดังนั้นเนี่ยโดยปกติจะตัวของทางเบซอสจะเริ่มการประชุมโดยให้องค์ประชุมอ่านเอกสารการประชุมจากกูเกิลนกประมาณ
10 

15
00:03:56,530 --> 00:04:05,870
นาทีซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจเนื้อหาการประชุมอย่างตรงกันและช่วยให้เราทำงานได้หลากหลายนะครับ
สอง 

16
00:04:05,880 --> 00:04:13,330
นะครับประชุมให้กระสั้นกระชับและบันทึกการประชุมเบศรยังกล่าวอีกว่าการประชุมบันทึกการประชุมนั้น
3 

17
00:04:13,340 --> 00:04:27,200
ารถช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ร่วมประชุมพูดคุยกันนอกเรื่องและช่วยให้การประชุมในช่วงเวลาสั้นๆเท่าที่ทำได้อีกทั้งไม่สูญเสียรายละเอียดเป็นสำคัญด้วย
โดยเบซอสระบุว่าบันทึกการประชุมที่ดีไม่ควรเกิน

18
00:04:27,210 --> 00:04:30,340
6 
หน้าและถ้าเป็นไปได้ระยะเวลาการประชุมไม่ควรเกิน

19
00:04:30,350 --> 00:04:41,830
หนึ่ง ชั่วโมง 
ดังนั้นการประชุมเฉพาะเรื่องที่สำคัญและต้องการความเห็นของมติที่ประชุมเพื่อการตัดสินใจเท่านั้นงดการประชุมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดๆทั้งสิ้น

20
00:04:42,690 --> 00:04:44,580
เพราะนอกจากจะเสียเวลาโดยใช่เหตุยังเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็นอีกด้วยจากข้อมูลของอาเซียนนะครับพบว่า
สอง 5 5 8 

21
00:04:44,590 --> 00:04:45,880
บริษัทในสหรัฐฯเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการประชุมที่ไม่จำเป็นต่อธุรกิจไปถึง
37,000 ล้าน $1 

22
00:04:45,890 --> 00:04:46,510
เลยทีเดียวนอกจากนี้ในแต่ละการประชุมนะครับยังควรเชิญเฉพาะคนสำคัญที่จำเป็นและมีความเท่าเทียมกันเพื่อให้ทุกคนรู้สึกเท่ากันและไม่น้อยเนื้อต่ำใจพร้อมให้การสนับสนุนไอเดียของทีมด้วยกันพูดเชิงบวกมากกว่าการทำให้คนในทีมเสียเสียหน้าหรืออาจจะใช้กฎพิซซ่า
สอง 

23
00:04:46,520 --> 00:05:24,900
ถาดที่เบซอสใช้บริหารอเมซอนจนประสบความสำเร็จ
3 กดพิซซ่า สอง ถาดถาดพิซซ่า สอง 

24
00:05:24,910 --> 00:05:32,870
ถาดไม่ 3 
ารถทำให้คนในที่ประชุมอิ่มได้แสดงว่าคนในห้องประชุมนั้นมีเยอะเกินไปซึ่งจะทำให้การประชุมนั้นไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

25
00:05:33,890 --> 00:05:36,980
เบซอสพูดถึงวิธีการทำงานของเขาได้เปรียบเทียบกับพิซซ่า
สอง 

26
00:05:36,990 --> 00:05:42,420
ถาดนะครับโดยหัวใจหลักของวิธีก็คือแบ่งพนักงานออกเป็น
สอง ทีมทีมละไม่เกิน 10 

27
00:05:42,430 --> 00:06:14,000
คนเพราะเบซอสเชื่อว่าการทำงานที่ให้มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมีคนเยอะยิ่งมากคนยิ่งมากความที่เล็กและจะช่วยให้มีการสื่อสารข้อพิพาทน้อยลงไหมพูดคุยกันจนบานปลายหาข้อสรุปได้เร็วและก็โฟกัสกับการทำงานมากยิ่งขึ้นขณะที่ริชาร์ดแฮคแมนนะครับนักจิตวิทยาด้านการจัดการนำเสนอสูตรคำนวณเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างคนในทีมได้ว่าเอ็กซ์คูลเอ็น
-1 หาร สอง 

28
00:06:14,200 --> 00:06:28,090
โดยทีเอ็นเท่ากับจำนวนคนในทีมซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าหากตัวเลขคนในทีมเพิ่มขึ้นก็จะมีความเชื่อมโยงระหว่างทีมมากขึ้นหากมีที่มีสมาชิก
6 คนก็จะเชื่อมโยงระหว่างกันเพียง

29
00:06:28,100 --> 00:06:30,690
15 
เรื่องแต่หากสมาชิกในทีมเพิ่มเป็น

30
00:06:30,700 --> 00:06:33,450
12 คนความเชื่อมโยงก็จะเพิ่มเป็น 
66 

31
00:06:33,460 --> 00:06:43,960
เรื่องเลยทีเดียวทำให้มีโอกาสพูดคุยกันนานขึ้นจนหาข้อสรุปไม่ได้และความเข้าใจกันก็จะน้อยลงด้วยเช่นกัน
ข้อ 4 

32
00:06:43,970 --> 00:07:00,840
ข้อสุดท้ายนะครับพนักงานพูดก่อนหัวหน้าผู้เป็นคนสุดท้ายรอเล่นฟรานเชสก้าแฟนสาวของเบซอสนะครับได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อเร็วๆนี้นะครับได้พูดถึงเจบก็เหมือนมีมาสเตอร์คลาสทุกวันเขาสอนเกี่ยวกับการจัดการสิ่งต่างๆเสมอโดย
หนึ่ง 

33
00:07:00,850 --> 00:07:49,980
ในบทเรียนสำคัญที่ซานเชซได้จากทางเบซอสก็คือควรปล่อยให้พนักงานได้พูดก่อนโดยเชฟได้กล่าวว่าตัวของหัวหน้านั้นควรจะต้องเป็นคนพูดทีหลังปล่อยให้ลูกน้องได้พูดให้หมดก่อนเพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ถูกความคิดเห็นของคุณครอบงำเมื่อพนักงานแต่ละคนนำเสนอความคิดเห็นของตัวเองแล้วจะต้องบันทึกลงในรายการประชุมซึ่งนอกจากป้องกันการครอบงำทางความคิดแล้ว
ยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประจบประแจงล่าผู้บริหารด้วยการเห็นด้วยกับความคิดของพวกเขาไปเสียทุกเรื่องอีกด้วยจะเห็นว่าวิธีการประชุมของเจฟฟ์เบซอสนั้นให้ความสำคัญกับผู้ร่วมประชุมฯและทีมงานรวมถึงพยายามทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วยใช้เวลาที่สั้นลงแต่ได้ข้อมูลให้ครบถ้วนมากที่สุดเพราะทุกวินาทีนั้นมีค่า

34
00:07:49,990 --> 00:07:56,850
3 
ารถสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจได้ขณะเดียวกันยังเป็นการเซฟพลังงานให้นายจ้างและลูกจ้างได้อีกด้วย

35
00:07:58,070 --> 00:08:12,450
ก็ประมาณนี้ครับสำหรับในเรื่องของการประชุมจะทำยังไงให้ประชุมได้อย่างเหมาะสมแล้วก็การประชุมที่ไม่ดีที่มันเยอะเกินไปเกิดผลเสียอะไรบ้างนะครับขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาติดตามกันสำหรับวันนี้ลาไปก่อนสวัสดีครับ
