1
00:00:16,230 --> 00:00:48,650
สวัสดีครับกลับมาอีกกันชิลๆโกตี๋บ้าเซ็กซ์เพกาอผมสุเมธจิตภักดีบดินทร์ในรายการนะครับ
อันนี้เป็นโสดของวันจันทร์ก็คือเรื่องของซอฟสกิลเด่นวันนี้จะใช้หัวข้อชีวาชอบออกคำสั่งบังคับคนอื่นจนเป็นนิสัยถือว่าป่วยไหมและทำอย่างไรถ้าต้องอยู่กับคนแบบนี้นะครับในภาคนี้เป็นเอาตัวของทางฝั่งเดอะสแตนดาร์ดนะครับมาพูดถึงกันนะครับแน่นอนในภาคของตัวการทำงานเรามักจะเจอคนที่หลากหลายวัฒนธรรมขององค์กรหลายๆอย่างก็มีความที่แตกต่างกันออกไปในผ้า

2
00:00:48,660 --> 00:00:56,290
หนึ่ง 
คือก็อาจจะเจอคนที่เจ้ากี้เจ้าการแบบนี้ก็เป็นไปได้ดังนั้นเรามาดูกันว่าถ้าสมมติเราเจอเราจะดำเนินการอย่างไรนะครับ

3
00:00:57,450 --> 00:02:20,970
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าคนแต่ละคนเนี่ยมันมีความปูมหลังหรือว่าตัวของอดีตที่มันแตกต่างกันการเทรดหรือการเลิกทำงานจากสถาบันต่างๆหรืออะไรก็แล้วแต่มันมีความแตกต่างกันนะครับดังนั้นพฤติกรรมการที่ออกคำสั่งกับคนอื่นมันก็อาจจะจากตัวของอดีตที่ที่เขาเคยประสบมาว่าเอ้ยรุ่นพี่ทำอย่างงั้นรุ่นพี่ทำอย่างงี้พ่อก็โตขึ้นหรือเป็นระดับที่สูงขึ้นก็เลยกลายเป็นทริปลูกน้องเป็นแบบนั้นก็เป็นไปได้เหมือนกันนะครับพฤติกรรมบุคลิกภาพที่เราแสดงออกอยู่ทุกวันนี้ในทางจิตวิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่าเกิดจากการเลี้ยงดูและก็การหล่อหลอมอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่วัยเด็กอาจเกิดจากคนในครอบครัว
ปฏิบัติระหว่างกันแล้วค่อยๆซึมซับส่งผลต่อสมาชิกรวมถึงนิสัยที่ชอบออกคำสั่งและบังคับคนอื่นนี้ด้วยเช่นกันโดยส่วนใหญ่สาเหตุจะมาจากการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนกันเมื่อเราอยู่ที่บ้านเราอาจจะปฏิบัติอย่างนี้มาตลอดชีวิตและเข้าใจว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกต้องเมื่อออกสู่สังคมภายนอกแล้วเจอวิธีอื่นที่เราไม่คุ้นเคยเลยอาจเม้าท์ทันทีว่าการกระทำเเบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมดีงามเช่นบางบ้านยึดถือมารยาทเรื่องการส่งของให้ผู้อื่นว่าต้องให้ด้วยความเคารพสบตาเพราะถือเป็นการให้เกียรติแต่สำหรับบางบ้านคือใกล้ยึดถือเพียงแค่แอคชั่นของการให้

4
00:02:21,100 --> 00:02:50,040
ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ในเพียงยื่นให้กพแล้วเมื่อเราเจอเพื่อนที่ส่งเงินให้เราด้วยวิธีการแบบนี้ก็จะรู้สึกว่าเฮ้ยคนนี้ไม่เหมือนรยาทโดยเราเลยบังคับให้เขาทำอย่างที่เราต้องการเพราะเรารู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ควรจะเป็นโดยที่เราลืมไปว่าพฤติการณ์ยื่นเงินให้กับคนอื่นนั้นมีหลากหลายวิธีเพราะเรายึดถือมารยาทบ้านเราเป็นสำคัญโดยมองไม่เห็นความสำคัญมารยาทของบ้านอื่นๆนั่นเอง
วัยเด็กของคนบางคนอาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องบังคับสิ่งต่างๆที่อยู่ภายใต้ความกดดันของตัวเองถึงจะรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาซึ่งมีวิธีการนิสัยการบังคับสิ่งต่างๆรอบตัวจะนำพาไปสู่บุคลิกภาพตอนโตอย่างไม่รู้ตัวเช่นเด็กบางคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนเด็กคนนั้นอาจจะค่อยๆเรียนรู้ว่าออกคำสั่งเพื่อนให้ทำตามเป็นการได้มาซึ่งอำนาจได้พรรคพวกซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้รู้สึกตัวเองมีตัวตนหรือสร้างความอุ่นใจไม่โดดเดี่ยวจนเกินไปได้บางคนมีแบบอย่างมาจากพ่อแม่นะครับครูที่แสดงให้เห็นว่าการบังคับออกคำสั่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องและ

5
00:02:50,050 --> 00:03:45,160
3 ารถทำกับใครก็ได้ 
บวกกับเขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่ชื่นชอบของอชื่นชมของเด็กเลยทำให้เด็กๆคอยหล่อหลอมและรับรู้ว่าการออกคำสั่งนั้นคือสิทธิ์อันชอบธรรมจนสร้างนิสัยออกคำสั่งคนอื่น

6
00:03:46,400 --> 00:04:03,690
ในวัยเด็กของคนบางคนนะครับเคยตกเป็นเหยื่อของการบงการมาทั้งชีวิตตั้งแต่เล็กจนถึงเรื่องโตเมื่อถึงเวลาที่เด็กคนนั้นได้แสดงออกบ้างเข้ากราบเลือกวิธีการบังคับขู่เข็ญคนอื่นทั้งๆที่เขาตัวเองนั้นก็เป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน
เพราะเขาเชื่อว่านั่นคือวิธีเอาตัวรอดสาเหตุทั้ง

7
00:04:03,700 --> 00:04:23,900
4 
ข้อเป็นเรื่องวิชจิตวิทยาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนแต่ละคนมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปเราอาจนึกไม่ออกว่าเกิดขึ้นจากอะไรจึงเป็นหน้าที่ของนักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดที่จะค้นหาสาเหตุของพฤติกรรมนี้เป็นรายบุคคลในห้องบำบัดต่อไป

8
00:04:25,760 --> 00:05:06,510
คนที่ชอบออกคำสั่งคนอื่นถือว่าเป็นโรคใหม่นะครับพฤติกรรมที่ชอบบังคับและก็ออกคำสั่งคนอื่นนั้นไม่ได้ถือว่าเป็นโรคทางจิตเวชเสียทีเดียวเป็นเพียงบุคลิกเฉพาะบุคคลแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สำคัญหรือไม่ควรพบแพทย์เพราะบางครั้งบุคลิกภาพบางอย่างอาจนำพาไปให้เจอสถานการณ์เดิมๆซ้ำๆหรือพาตัวเองไปเจอปัญหาซ้ำๆซ้ำๆก็อาจพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการบำบัดให้บุคลิกภาพเหล่านี้ค่อยๆน้อยลงไปตามลำดับก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน
เช่นคนที่ออกคำสั่งคนอื่นจนเป็นนิสัยเบื้องหลังของคนนั้นอาจจะรู้สึกว่าโลกทั้งใบที่เขามองเห็นเต็มไปด้วยความขัดใจและไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจเลยสักอย่าง

9
00:05:07,220 --> 00:05:29,250
บางเขาบางครั้งก็อาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้วทำไมคนนั้นถึงอยู่ได้ทำไมถึงโอเคเลยมองกลับมาที่ตัวเองแล้วรู้สึกว่าปัญหาทั้งหมดนั้นอาจเกิดจากความไม่พอใจของตัวเราเองหรือบางคนเวลาอยู่กับที่บ้านเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่แต่เวลาอยู่กับที่ทำงานแล้วเจอแต่เรื่องขัดใจแล้วรู้สึกว่าใครต่อใครก็ทำอะไรไม่ถูกไม่ควรไปโหมด
เลยต้องคอยออกคำสั่งให้ทำนู่นนี่นั่นอย่างที่เราต้องการอยู่เสมอการที่มีลักษณะนิสัยอย่างนี้แม้ว่าจะไม่เป็นโรคก็จริงแต่อาจสร้างปัญหาระหว่างเพื่อนร่วมงานที่รู้สึกว่าวิธีการทำงานที่ไม่เข้ากับคนอื่นหรือไม่ให้เกียรติไม่ให้เกียรติการตัดสินใจคนอื่นจนนำมาซึ่งตัวปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อพบว่าตัวเองมีบุคลิกลักษณะแบบนี้ก็

10
00:05:29,260 --> 00:05:56,990
3 
ารถที่จะพบจิตแพทย์เพื่อทำการรักษาได้เช่นเดียวกัน

11
00:05:58,550 --> 00:06:07,540
และถึงแม้ว่าการออกคำสั่งคนอื่นจะไม่ใช่โรคแต่คนที่มีบุคลิกแบบนี้ก็ต้องขอเช็คตัวเองอย่างสม่ำเสมอบางครั้งพยายามออกคำสั่งอาจเป็นอาการ
หนึ่ง 

12
00:06:07,550 --> 00:06:53,660
ของโรคหลงตัวเองนะครับหรือก็คือน้าสิทธิ์นาซิสติก
อำเภอสนาลิตี้ดิสออเดอร์หรือนาร์ซิสติกนะครับผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยเช่นชอบคิดแต่เรื่องของตัวเองชอบพูดถึงแต่เรื่องของตัวเองอยู่บ่อยๆคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกคิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งและต้องได้รับแต่สิ่งดีๆไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้างเอาแต่ใจตัวเองต้องการมีอำนาจไม่ค่อยยอมรับความผิดของตัวเองและรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าคนที่เป็นโรคหลงตัวเองนั้นจะเป็นเพียงการลงรูปร่างหน้าตาแต่ในทางจิตวิทยานั้นจะรวมถึงอาการเหล่านี้เข้าไปด้วย

13
00:06:53,910 --> 00:06:58,570
ซึ่งถ้าสงสัยและคิดว่าการไปพบจิตแพทย์ยังไม่ใช่ทางเลือก
เออก็ 3 

14
00:06:58,580 --> 00:07:15,650
ารถทำแบบคัดกรองแบบเพื่อให้รู้ว่าการเข้าคราวก่อนจากนั้นก็ค่อยทำการพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกเป็นทางที่ดีที่สุด
วิธีอยู่ร่วมกับคนที่ชอบออกคำสั่งนะครับไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็มีสิทธิ์ที่จะเจอคนชอบออกคำสั่งอยู่เสมอ

15
00:07:16,390 --> 00:08:10,480
ถ้าอยู่ในสภาวะเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยงแต่บางครั้งเราก็อยู่ในสถานะที่ยากจะหลบหนีอย่างเช่นเจ้านายกับลูกน้องสิ่งที่เราต้องถามคำถามอย่างแรกคือเรายอมรับได้ไหมที่จะไม่เปลี่ยนเขาเพราะเราไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงใครในโลกไม่ว่าเขาคนนั้นจะมีบุคลิกหรือนิสัยที่แย่แค่ไหนถ้าเขาไม่อยากเปลี่ยนมันด้วยตัวเองเพราะฉะนั้นเราเลี่ยงไม่ได้เราก็เป็นเอาสิ่งที่เป็นปัญหากับเราเฉพาะด้านไปคุยกับเขาเพื่อหาทางออกร่วมกันเช่นถ้ารู้สึกว่าเจ้านายที่ออฟฟิศเป็นคนที่ชอบออกคำสั่งจนกระทั่งกระทบกับการทำงานเราก็เอาเฉพาะเรื่องวิธีการทำงานเข้าไปคุยกับเขาว่านี่คือสิ่งที่เรากำลังรู้สึกและสร้างปัญหาให้กับเค้า
จะทำอย่างไรดีที่จะทำให้สื่อสารกันได้เข้าใจโดยที่ไม่ต้องออกคำสั่งที่สำคัญคือต้องออกต้องหาทางออกร่วมกันไม่ใช่เป็นการยื่นข้อเสนอหรือเราเตรียมออกไว้ก่อนอีกด้าน

16
00:08:10,490 --> 00:08:28,920
หนึ่ง 
คือถ้าเรารู้ว่าตัวเองเป็นคนออกคำสั่งหรือบังคับคนอื่นเสียเองเราเพียงแค่หยุดบางคนอาจจะไม่เห็นว่าการหยุดบังคับคนอื่นเป็นทางเลือกเพราะเห็นว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องของตัวเองต้องเข้าไปจัดการทั้งหมดโดยลืมไปว่าบางเรื่องเนี่ยเราไม่ต้องเข้าไปยุ่ง

17
00:08:29,740 --> 00:09:18,150
หรือไปทำให้มันถูกต้องตามความรู้สึกก็ได้เพราะบางอย่างที่คนอื่นทำไป
ถือเป็นทางเลือกในการตัดสินใจของเขาเช่นเดียวกันและเชื่อไหมว่าคำบางคำก็เปลี่ยนโลกได้เพราะถ้าเราเห็นเริ่มเริ่มเห็นว่าบางเรื่องเป็นความหูขวางตาไม่ถูกต้องดีงามและกำลังจะเข้าไปถามหาเหตุผลโดยเรามักจะพุ่งเข้าไปถามด้วยการเริ่มต้นประโยคว่าทำไมเช่นทำไมถึงไม่ทำแบบนี้ล่ะทำไมถึงมาสายทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างและอื่นอื่นจากคำว่าทำไมลองเปลี่ยนคำว่าอะไรเช่นอะไรที่ทำให้เลือกตัดสินใจแบบนั้นอะไรที่เป็นสาเหตุของการมาสายอะไรที่ทำให้เลือดที่จะไม่ทำตามกันเพราะการเริ่มต้นประโยคคำถามด้วยคำถามว่าทำไมมันจะเป็นคำดึงทัศนคติของผู้พูดออกมาเร็ว

18
00:09:18,350 --> 00:09:35,460
กว่าคำว่าอะไร 
ซึ่งจะมีความยับยั้งความคิดมากกว่าฉะนั้นความเวลาเห็นอะไรที่ไม่เข้าท่าแล้วอดรนทนไม่ได้ลองโยนคำว่าทำไมออกมาจากพจนานุกรมชีวิตเหลือเพียงแค่ว่าคำว่าอะไร

19
00:09:36,270 --> 00:09:51,990
อาจทำให้พฤติกรรมที่ชอบชี้นิ้วสั่งคนอื่นของเราลดลงเผลอๆอาจจะทำให้อยู่ร่วมกับคนอื่นด้วยความสุขสงบกว่าที่เคยเป็นก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน
อันนี้เป็นข้อมูลจากทางของเดอะสแตนดาร์ดนะครับก็เป็นบทความที่

20
00:09:53,070 --> 00:10:17,130
เผื่อใครหลายๆคนที่เจอในลักษณะของคนที่ชอบชี้นิ้วสั่งคนอื่นหรือแม้กระทั่งตัวเองที่มีพฤติกรรมที่ชอบชี้นิ้วสั่งคนอื่นก็อาจหวังว่าจะเป็นความทางเลือกที่จะให้ช่วยลดแรงลดส่วนไหนเหล่านี้นะครับโอเคเอฟซีโซนนี้ก็ประมาณนี้นะครับขอบคุณโทรเข้ามาติดต่อกันใหม่สำหรับวันนี้ลากันไปก่อนสวัสดีครับ
