1
00:00:16,239 --> 00:00:19,750
สวัสดีครับ กลับมา แข็งค่า ฉิว 
ตี้ บาย แซ่บ เพกา ผม สุเมธ จิต 

2
00:00:19,760 --> 00:00:23,730
ภักดี บดินทร์ ดำเนิน รายการ 
นะครับ อันนี้ เป็น สูตร ของ วัน 

3
00:00:23,740 --> 00:00:26,810
จันทร์ ซึ่ง คือ เรื่องของ สอด 
กินดี นะครับ วันนี้จะ พูดถึง 

4
00:00:26,820 --> 00:00:31,250
เรื่องของ ทำไม คนไม่ เก่ง ถึง 
คิดว่า ตัวเอง เก่ง นะครับ อันนี้

5
00:00:31,260 --> 00:00:35,350
เป็น หัวข้อ จากทาง ฝั่ง ของ เพจ 
ชี้ว่า ฟิวเจอร์ เทรนด์ นะครับ 

6
00:00:35,520 --> 00:00:39,720
เขามี พูดถึง เรื่องของ ว่า เอ้ย 
เวลาที่ เราจะ ประเมิน ว่า เอ๊ะ 

7
00:00:39,840 --> 00:00:42,960
ทำไม คนไม่ เก่ง ถึง คิดว่า 
ตัวเอง เก่ง เนี่ย มัน เกิดจาก 

8
00:00:42,970 --> 00:00:47,710
อะไร ได้บ้าง ก็ เป็น ผ้า ที่ 
เรียกว่า เอา มา เช็ค อัพ 

9
00:00:47,720 --> 00:00:50,870
ตัวเองได้ เหมือนกัน นะครับ ก็เลย
เอามา เล่า สู่กัน ฟัง นะครับ 

10
00:00:51,360 --> 00:00:57,050
ในเรื่อง ของ ตัว ฟิวเจอร์ เทรนด์
นะครับ เขา พูดถึง ประเด็น 

11
00:00:57,060 --> 00:01:00,550
ในเรื่อง ของ ทำไม คนไม่ เก่ง 
คิดว่า ตัวเอง เก่ง เนี่ย โดย 

12
00:01:00,560 --> 00:01:04,090
ดูจาก ตัวของ ดัน นิ่ง ครูเกอร์ 
เอฟเฟค ครับ ตอนนี้ กูเกิ้ล เฟซ 

13
00:01:04,099 --> 00:01:07,650
คือ ทฤษฎี เรื่อง อคติ เชิง 
รับรู้ นะครับ หรือ กล่อ งนี้ ถีบ

14
00:01:07,940 --> 00:01:11,970
ไบค์ แอด นะ ครับ ที่ อธิบาย 
ว่าทำไม คนที่ รู้ เรื่องใด 

15
00:01:11,980 --> 00:01:15,830
เรื่อง หนึ่ง ไม่ มาก นัก คิดว่า 
ตัวเอง รู้มาก ทำไม คนบางคน 

16
00:01:15,840 --> 00:01:20,190
มั่นใจ ว่า ตัวเอง ฉลาด ใน เรื่อง
หนึ่ง ที่ ยัง ไม่ใช่ ทฤษฎี นี้ 

17
00:01:20,200 --> 00:01:23,760
อธิบาย ว่าเพื่อ เมื่อ ใครสักคน 
นะครับ เริ่ม เรียนรู้ เรื่อง 

18
00:01:23,770 --> 00:01:27,150
หนึ่ง ไปแล้ว ในระดับ หนึ่ง 
ความมั่นใจ ใน องค์ความรู้ 

19
00:01:27,160 --> 00:01:31,390
ของตัวเอง จะ เพิ่มสูง ขึ้นอย่าง 
ฉับพลัน และ ช่วงเวลา นี้เอง 

20
00:01:31,400 --> 00:01:35,290
ที่ทำให้ ใครหลายคน เผลอ เชื่อ 
ไปว่า ตัวเอง เชี่ยวชาญ ใน 

21
00:01:35,300 --> 00:01:38,100
เรื่องใด เรื่อง หนึ่ง แล้ว ทั้ง 
ที่ยัง รู้ เพียง ผิวเผิน 

22
00:01:38,110 --> 00:01:41,760
เท่านั้น เหตุผล หนึ่ง ก็เพราะ 
ว่า เมื่อเรา ทำความเข้าใจ 

23
00:01:41,770 --> 00:01:45,780
เรื่องใด เรื่อง หนึ่ง ได้ เรายัง
ไม่มี องค์ความรู้ มากพอ ที่จะ 

24
00:01:45,970 --> 00:01:50,860
มากลบ ทับ ความมั่น ใจที่ เพิ่ม 
ขึ้นมา ไม่มี ความรู้ มากพอ ที่จะ

25
00:01:50,870 --> 00:01:53,600
เข้าใจว่า เรายัง ไม่เข้าใจ 
ทั้งหมด ในเรื่อง ที่เรา เรียนรู้

26
00:01:53,610 --> 00:01:58,380
นะครับ ทฤษฎี นี้ได้ รับการ 
คิดค้น ขึ้นโดย เดวิด ดัน นิ่ง 

27
00:01:58,450 --> 00:02:03,380
นะครับ เเละ จัสติน ครูเกอร์ สอง 
นักจิตวิทยา จาก ทาง มหาวิทยาลัย 

28
00:02:03,390 --> 00:02:07,810
คอน แลน คอน แนล นะครับ ซึ่ง 
พวกเขา อธิบาย ว่า ปรากฏการณ์ นี้

29
00:02:07,820 --> 00:02:11,330
สามารถ พบเห็น ได้ บ่อยครั้ง 
ในโลก ของการ ลงทุน เมื่อ 

30
00:02:11,340 --> 00:02:14,170
นักลงทุน หน้าใหม่ นะครับ เริ่ม 
เปิด พอร์ต และก็ เข้ามา ศึกษา 

31
00:02:14,180 --> 00:02:17,990
ตลาดหุ้น อย่างจริงจัง ทำ ความ 
เข้าใจ ในการ อ่าน กราฟ และก็ 

32
00:02:18,000 --> 00:02:21,350
การคาดเดา ต่างๆ เมื่อ รู้ มาก 
ขึ้น ความมั่นใจ ของพวกเขา ก็ยิ่ง

33
00:02:21,360 --> 00:02:25,690
มากขึ้น และ เมื่อ ความ ตรา แต่ 
เมื่อ ความมั่นใจ เพิ่มขึ้น ไปถึง

34
00:02:25,700 --> 00:02:30,210
จุดสูงสุด เขา ยังขาด ความสามารถ 
ในการ ทำความ เข้าใจว่า องค์ 

35
00:02:30,220 --> 00:02:35,640
ความรู้ ที่ พวกเขามี นั้น ยังไม่
เพียงพอ จาก ปรากฏการณ์ นี้ 

36
00:02:35,650 --> 00:02:39,870
ส่งผลให้ นักลงทุน หน้าใหม่ จำนวน
มากที่ เพิ่ง ศึกษา การเล่น หุ้น 

37
00:02:39,930 --> 00:02:44,360
ทุ่มเงิน จำนวนมาก ไปด้วย 
ความมั่นใจ ก่อนจะ พบว่า ความ 

38
00:02:44,370 --> 00:02:49,400
จริงแล้ว ยังมี ความรู้ อีกมาก 
ที่ พวกเขา ยังไม่ เข้าถึง แต่ 

39
00:02:49,410 --> 00:02:52,860
ปรากฏการณ์ ของ แดนนี่ คู่ เกิ้น 
ไม่ สิ้นสุด เพียง เท่านั้น 

40
00:02:52,870 --> 00:02:55,980
นะครับ เมื่อ องค์ ความรู้ และก็ 
ประสบการณ์ ของ คนๆ หนึ่ง มาก 

41
00:02:55,990 --> 00:03:01,480
ขึ้น ความมั่น ใจของ ของพวก เขาจะ
ลดลง ไป เช่นกัน นี่คือ เหตุผล 

42
00:03:01,490 --> 00:03:06,540
ว่าทำไม เราเห็น คนเก่ง หลายคน 
นะครับ เป็น คน ถ่อม ตัว ล่ะ ก็ 

43
00:03:06,580 --> 00:03:10,310
เขาจะ คิดว่า เค้า ยังไม่ เก่ง 
เสมอ เพราะ แม้ เขา จะมี 

44
00:03:10,320 --> 00:03:13,940
องค์ความรู้ แต่เขา ยัง เข้าใจว่า
ยังมี สิ่ง ที่เขา ไม่รู้ อีกมาก 

45
00:03:13,950 --> 00:03:18,020
นั่นเอง ดัน นิ่ง และ คูเกอร์ 
นะครับ อธิบาย ความรู้ และก็ 

46
00:03:18,030 --> 00:03:20,600
ประสบการณ์ ของ คนๆ หนึ่ง ที่จะ 
ทำให้ พวกเขามี ความมั่นใจ 

47
00:03:20,610 --> 00:03:24,100
ในตัวเอง ลดลง ไปเรื่อยๆ จนถึง 
จุดหนึ่ง ที่ พวกเขามี ประสบการณ์

48
00:03:24,110 --> 00:03:26,440
และ ความรู้ เพียงพอ เขาจะ 
เริ่มมี ความมั่นใจ มากขึ้น 

49
00:03:26,450 --> 00:03:30,700
อีกครั้งหนึ่ง แต่ ความมั่นใจ นี้
จะ ไม่ ขึ้นจน ถึงจุด สูงสุด 

50
00:03:30,710 --> 00:03:33,640
เมื่อ นักลงทุน หน้า ใหม่ ที่ 
เพิ่ง เรียนรู้ แล้ว คิดว่า 

51
00:03:33,650 --> 00:03:37,890
ตัวเอง รู้ ทุกอย่าง แต่ จะ 
ขึ้นมา อยู่ใน อีก ระดับ ที่ พอดี

52
00:03:38,460 --> 00:03:41,750
เพราะ มี องค์ความรู้ และ 
ประสบการณ์ ที่ เพียงพอ ที่จะ 

53
00:03:41,760 --> 00:03:45,510
หยุด ตัวเอง ไม่ให้ มั่นใจ 
จนเกินไป และ นั่นคือ จุดที่ คนๆ 

54
00:03:45,520 --> 00:03:51,110
นึง ได้ กลายมา เป็นผู้ เชี่ยวชาญ
นั่นเอง นี่คือ วิธี ที่ นั้น 

55
00:03:51,160 --> 00:03:54,290
เดวิด ดัน นิ่ง แล้วก็ จะเป็น ครู
ก็ อธิบาย ว่าทำไม คนหนึ่ง ที่ยัง

56
00:03:54,300 --> 00:03:57,650
ไม่เข้า ยังไม่ เชี่ยวชาญ จึง มี 
ความ มั่นใจ ใน ตนเอง สูง และ 

57
00:03:57,660 --> 00:04:01,390
ทำไม ประสบการณ์ ความรู้ ที่ 
เพียงพอ จะ ไม่ ทำ ให้ เรา มั่นใจ

58
00:04:01,400 --> 00:04:06,830
จนเกินไป นะครับ อันนี้ เป็น 
จากทาง ของ เพจ ฟิวเจอร์ เฟด 

59
00:04:06,900 --> 00:04:11,830
นะครับ พระ หนึ่ง ที่ ผมมอง 
ว่าเรา สามารถ สร้าง ความมั่นใจ 

60
00:04:11,880 --> 00:04:14,310
กับ ตัวเองได้ พระ หนึ่ง ก็คือ 
เรื่องของ การเป็น งาน สัมมนา 

61
00:04:14,320 --> 00:04:19,170
ต่างๆ แล้วก็ เราเอา ข้อมูล จาก 
วิทยากร ต่างๆ มา วิเคราะห์ 

62
00:04:19,180 --> 00:04:22,730
ว่าเรา เห็นด้วย หรือไม่ เห็นด้วย
อย่างไร และ ก็ สอบถาม ตัวของ 

63
00:04:22,740 --> 00:04:25,550
วิทยากร เหล่านั้น เพื่อที่ 
จะรู้ว่า โอเค ให้เรา เข้าใจ ตรง 

64
00:04:25,560 --> 00:04:28,970
แค่ไหน หรือ มันมี อะไรที่ ข้อ 
หักล้าง ในสิ่ง ที่เรา ไม่เข้าใจ 

65
00:04:28,980 --> 00:04:34,060
หรือ เปล่า นะครับ และ อีก สำคัญ 
อีก อย่างนึง เป็น วิธี อีกแบบ 

66
00:04:34,070 --> 00:04:38,380
หนึ่ง ก็คือ เรื่องของ การสอน 
ครับ คือ การสอน เนี่ย เวลาที่ 

67
00:04:38,450 --> 00:04:41,620
อย่าง อย่างผม เอง เวลา จะ สอน 
นะครับ ผมจะ ต้อง เตรียม ความรู้ 

68
00:04:41,630 --> 00:04:45,620
ที่ หลากหลาย มาก เพราะว่า ผมต้อง
เตรียม เพื่อว่า เผื่อ ใคร จะถาม 

69
00:04:45,630 --> 00:04:48,500
ในเรื่อง นั้น เรื่องนี้ ไหม 
พอมัน เป็น ลักษณะ แบบนั้น 

70
00:04:48,510 --> 00:04:52,480
แล้วครับ มัน จำเป็น ที่จะต้อง 
เรียนรู้ หลายอย่าง เพิ่ม ขึ้นมา 

71
00:04:52,550 --> 00:04:59,600
เพื่อที่ จะให้เรา เตรียม โคล 
เวอร์ ตัวของ คำถาม หรือ ข้อสงสัย

72
00:04:59,610 --> 00:05:03,440
ใดๆ ที่ อาจจะเกิด ขึ้นได้ 
ดังนั้น ใน พระ เหล่านี้ เป็น 

73
00:05:03,450 --> 00:05:07,470
พาร์ท ของการ เตรียมตัว ของ 
ผู้สอน เอง ซึ่ง มัน ก็จะ ส่งผล 

74
00:05:07,480 --> 00:05:11,020
กลับมา เหมือน กัน ว่า เฮ้ย ไอ้ 
ตัว ของ การที่ เราบอก ว่าเรา 

75
00:05:11,030 --> 00:05:15,100
เก่ง เนี่ยเรา เก่ง เพียงพอ 
แล้วหรือยัง หรือ เก่ง จริงๆ 

76
00:05:15,110 --> 00:05:17,980
หรือไม่ นะครับ ใน ภาค นี้มัน 
มีความ หลายๆ อย่าง ที่มัน จะมา 

77
00:05:17,990 --> 00:05:21,620
เกี่ยวข้อง กัน ทั้ง เรื่อง 
ของการ ที่เรา เช็ค อัพ ตัวเอง 

78
00:05:21,690 --> 00:05:25,060
นะครับ ว่าเรา เข้าใจ แบบนี้ ตัว 
ของผู้ เรียนเป็น ยังไงบ้าง 

79
00:05:25,070 --> 00:05:28,880
เข้าใจ แค่ไหน และ อีก ภาค หนึ่ง 
คือ เมื่อ มี คำถาม อะไร ที่ถูก 

80
00:05:28,890 --> 00:05:33,420
ตั้ง ขึ้นมา จาก การสอน ของเรา 
เราต้อง พยายาม หา คำตอบ ให้ 

81
00:05:33,430 --> 00:05:40,060
ได้ว่า เพราะอะไร ไม่ใช่ ว่าเป็น 
โมโหโทษ โซ และก็ แล้วก็ มองข้าม 

82
00:05:40,070 --> 00:05:44,640
ไป หรือ พยายาม บ่ายเบี่ยง นะครับ
ต้องหา วิธี หา คำตอบ ให้ ได้ 

83
00:05:45,260 --> 00:05:53,250
ซึ่งจะดีกว่าถ้าเราเตรียมตัวก่อนที่ไปซ่อนเพราะในสิ่งเหล่านั้น
มันเป็น สิ่งที่ ผู้สอน ควรจะ 

84
00:05:53,310 --> 00:05:58,270
ดำเนิน ธรรม นั่นเอง นะครับ แต่ 
เช่นเดียว กันครับ การสอน หรือการ

85
00:05:58,280 --> 00:06:03,080
เตรียมตัว ทุก ครั้ง อาจไม่ 
ใช่ว่า เราจะ ต้อง ตอบ คำถาม 

86
00:06:03,090 --> 00:06:07,080
ได้ทุก คำถาม คือเรา พยายามจะ ตอบ
คำถาม ได้ดี ที่สุด ให้ได้ แหละ 

87
00:06:07,390 --> 00:06:12,540
แต่ เช่นเดียวกัน คือไม่ มีใคร 
ที่รู้ ทั้งหมด ในโลก มันอาจ จะมี

88
00:06:12,550 --> 00:06:16,020
ความเป็นไปได้ ที่เรา อาจจะ 
มองข้าม บางสิ่งบางอย่าง และ 

89
00:06:16,030 --> 00:06:19,630
เรายัง ไม่ได้ เตรียมตัว ในภาพ 
นั้น แต่ เช่นเดียว กันครับ พอมัน

90
00:06:19,640 --> 00:06:25,630
เรารู้ ว่าเรา ยังมี จุดนั้น ที่ 
ยัง ขาด อยู่ พอ เรา ได้รับ คำถาม

91
00:06:25,640 --> 00:06:30,880
พอเรา ได้รับ สิ่งที่ บ่งบอก ได้ 
เพิ่มเติม เนี่ย มันจะ ทำให้ 

92
00:06:31,840 --> 00:06:35,070
เราโต ไปอีก ระดับหนึ่ง เรา 
เรียนรู้ ได้ ระดับหนึ่ง และ 

93
00:06:35,080 --> 00:06:40,100
เราจะ เริ่ม รู้สึก ตัวเอง ว่า 
เฮ้ย เรา ยังมี สิ่ง ที่ต้อง 

94
00:06:40,110 --> 00:06:44,120
เรียนรู้ อีกเยอะ นั่นเอง นะครับ 
โอเค พี่ ตอนนี้ ก็ ประมาณนี้ 

95
00:06:44,130 --> 00:06:47,420
ครับ ขอบคุณ ทุกท่าน ที่เข้า 
มาตอบ กัน สำหรับ วันนี้ ลา กันไป

96
00:06:47,430 --> 00:06:48,820
ก่อน สวัสดีครับ
