1
00:00:16,750 --> 00:00:20,230
สุเมธ จิตรภักดีบดินทร์ 
ดําเนินรายการนะครับ 

2
00:00:20,230 --> 00:00:25,790
วันนี้จะพูดถึงเรื่องของ a i และ 
privacy นะครับ อันนี้จริงจริง 

3
00:00:26,590 --> 00:00:27,830
มันเป็น issue 
ที่มีคนถามหรือว่ามีเริ่มมีเห็นคนสนใจในเรื่องของการใช้งานตัวของ

4
00:00:27,870 --> 00:00:30,190
a i 
เข้ามาช่วยในเรื่องของตัวเออการจัดการ

5
00:00:30,190 --> 00:00:30,830
หรือว่า 
การทํางานทางด้านสายเซเว่นมากขึ้นนะครับ

6
00:00:44,240 --> 00:00:44,680
Part 
นึงก็มีเรื่องของคําถามขึ้นมาในตัวของกลุ่มนะครับ

7
00:00:44,680 --> 00:00:51,790
community ต่างๆนะครับ ว่า 
จะทํายังไงให้3ารถรู้ได้ว่าตัวของข้อมูลที่เรามีการใช้งานกับตัวของตัวเอไอ

8
00:00:51,790 --> 00:00:53,190
นั้นมีการเอาข้อมูลออกไปหรือไม่ 
การเอาข้อมูลออกไปที่ว่าหมายถึงเป็นเรื่องของ

9
00:00:53,190 --> 00:01:06,710
เออ 
ให้ตัวของเอไอ มันเลิร์น 

10
00:01:06,710 --> 00:01:07,030
นิ่งเพิ่มเติมอะนะครับ 
ซึ่งก่อนจะไปถึงจุดนั้นเดี๋ยวเรามาคุยเรื่องนี้ก่อนนะครับ

11
00:01:12,550 --> 00:01:14,710
โดยปกติเอไอที่มีการใช้งานที่เรามักจะคุ้นเคยลักษณะ
การใช้งานเนี่ยมันจะมี 3 

12
00:01:14,710 --> 00:01:16,230
แบบหลักหลัก ณ ตอนนี้นะครับ 
ก็คือหนึ่งเลยครับ 

13
00:01:16,230 --> 00:01:25,040
คือเรื่องของการใช้งานแบบที่เป็น 
แชทบอทนะครับที่คุยกันคือไอ้แชทบอทในพาร์ทนี้เนี่ย

14
00:01:25,040 --> 00:01:25,680
ถ้าเราคุ้นเคยกันดีก็คือเรื่องของตัวดิฟซี่หรือตัวของใช้ชีวิตเองก็ตามนะครับ
อันนี้เป็นลักษณะของการทํางานที่ในตอนแรกสุดที่เราเห็นกันแล้วก็มันเป็นตัวที่ยอดนิยมมากนะครับ

15
00:01:25,680 --> 00:01:46,630
ก็หลายหลายเอ่อ ทางฝั่งของ 
คอร์ส เอไอ หรือ 

16
00:01:46,630 --> 00:01:47,350
อะไรก็แล้วแต่ก็ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ก่อนนะครับ
ภาพต่อมาจะเป็นเรื่องของตัวการใช้โทเคนนะครับ

17
00:01:47,350 --> 00:01:47,870
ก็คือเรื่องของ 
การที่อินพุตไปประมวลผล เออ 

18
00:01:47,870 --> 00:01:48,350
แล้วก็เอาต์พุตออกมาเป็นประมวลผลจะออกมาเช่นเดียวกัน
ซึ่งในส่วนไหนก็จะมีเรื่องของ 

19
00:01:48,350 --> 00:01:50,230
การคิดเรื่องของโทเคน 
การคิดตามตัวอักษรที่ input 

20
00:01:50,230 --> 00:01:51,910
เข้าไป output ออกมา 
หรืออะไรก็แล้วแต่ 

21
00:02:08,470 --> 00:02:12,270
อันนั้นเป็นเรื่องของตัวเออ 
เอพีไอนะครับ เป็นบเรเรียล 

22
00:02:12,270 --> 00:02:12,510
เซอร์วิส 
มากกว่าเป็นเรือเซอร์วิสขึ้นมา 

23
00:02:12,510 --> 00:02:13,070
นะครับ 
พาร์ทถัดมาจะเป็นเรื่องของตัวโลคอลนะครับ

24
00:02:13,070 --> 00:02:13,710
ก็อันนี้จะเป็นลักษณะของการที่เราเซ็ตอัพตัวของเอ็นจิ้นนะครับ
แล้วก็โมเดลเอไอในเครื่องของเราเองแล้วก็ทํางาน

25
00:02:30,430 --> 00:02:30,990
ทีนี้เราวนกลับมาที่ตัวโจทย์ตัวโจทก์เนี่ย
มีการถามขึ้นมาว่าเราจะรู้ได้ยังไง

26
00:02:30,990 --> 00:02:31,390
หรือว่าเราจะป้องกันยังไงให้เอไอไม่มี
การเอาข้อมูลออกไปหรือมีการเอาไปเทรนนิ่งตัวของโมเดลเพิ่มเติม

27
00:02:43,950 --> 00:02:45,310
จะบอกคือไม่ได้นะครับ 
ถ้าไปแบบหนึ่งแล้วแบบ2 ไม่ได้ 

28
00:02:48,190 --> 00:02:49,390
แบนเนอร์ อักษรมันชัดเจน คือ 
เราส่งข้อมูลไปให้ทางฝั่งของไทยเอไอ

29
00:02:49,390 --> 00:02:50,190
ที่อยู่ที่ฝั่งของเซิฟเวอร์ของทางบริษัทต่างต่าง
เช่น แชททีวี ก็เป็นโอเพ่นเอไอ 

30
00:02:50,190 --> 00:02:50,430
ตัวของดีฟซี 
ก็เป็นดีฟิคเป็นคนประมวลผลนะครับ 

31
00:02:50,430 --> 00:02:50,790
ดังนั้นคือถ้าถ้าตอบตรงไปตรงมา 
ก็คือไม่ได้นะครับ 

32
00:02:50,790 --> 00:02:51,310
เราเราเราแม้กระทั่งตัวของที่เป็นเอนเตอร์ไพรส์เองนะฮะ
หมายถึงว่าที่เราเสียตังค์ในการจ่ายเงิน

33
00:02:51,310 --> 00:02:52,150
professional 
หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ 

34
00:03:15,790 --> 00:03:17,510
มันไม่ได้หยุดแค่เรื่องของ 
การเอาข้อมูล 

35
00:03:17,830 --> 00:03:18,670
เราไปทําการประมวลผลแล้วแสดงผลออกมาแต่มันรวมถึงเรื่องของการเอาไปเทรนนิ่งตัวของโมเดลด้วยนะครับ
แต่กับการครับ 

36
00:03:18,670 --> 00:03:19,630
ถ้าเป็นลักษณะของตัวที่เป็นโลคอลอันเนี้ย
มันชัดเจนตรงมาว่ามันอยู่ภายในเครื่อง

37
00:03:19,630 --> 00:03:23,670
เราเราสามารถ set up ได้ 
สามารถให้มันพูดคุยต่างๆได้ 

38
00:03:40,240 --> 00:03:40,680
แต่เช่นเดียวกันก็มีข้อดี 
ข้อเสียที่แตกต่างกัน 

39
00:03:40,680 --> 00:03:42,200
ถ้าเป็นลักษณะของตัวที่เป็น cth 
หรือว่าตัวของ เอ่อ ดีฟซีก 

40
00:03:42,200 --> 00:03:43,160
หรือเป็น a p i 
หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ 

41
00:03:51,270 --> 00:03:51,550
ในพาร์ทนี้คือสิ่งที่เออมีความแตกต่างก็ตรงที่ว่ามันมีเรื่องของ
การเอาตัวของเดต้าไปเรียนนิ่งเรื่อยๆเนาะ

42
00:03:51,550 --> 00:03:52,470
พอเลิร์นนิ่งไปเรื่อยเรื่อย 
มันก็จะมีเรื่องของความถูกต้องที่มันมากขึ้นเรื่อยเรื่อย

43
00:03:52,470 --> 00:03:53,270
นะครับ พอได้รับฟีดแบค 
พอได้รับเรื่องของข้อมูลที่มาประมวลผลมากขึ้น

44
00:03:53,270 --> 00:03:53,670
โมเดลก็จะฉลาดขึ้นตามนะครับ 
เออเรียกว่าไม่ได้ฉลาดหรอกเรียกว่าเรียกว่าเลือกคําตอบได้อย่างแม่นยํามากขึ้น

45
00:03:53,670 --> 00:04:15,880
ผมขอใช้คําพวกนี้ละกันนะครับ 
แต่กลับกัน 

46
00:04:15,880 --> 00:04:16,240
ถ้าเป็นตัวของเออโมเดลที่เป็นโลคอลโลคอล
ก็จะเป็นตรรกะ 

47
00:04:16,240 --> 00:04:16,760
หรือว่าตามการเลิร์นนิ่งที่ถูกระบุไว้แล้วถูกเอ่อกําหนดไว้แล้วนะครับ
มันก็อาจจะเลิร์นนิ่งได้ 

48
00:04:16,959 --> 00:04:17,519
หรือว่าเรื่องของข้อมูลที่มันใช้ในการเทรนนิ่งตัวโมเดล
หรืออะไรก็แล้วแต่ 

49
00:04:17,519 --> 00:04:35,230
มันก็จะหยุดแค่นั้นนะครับ 
งั้นมีความแตกต่างกันนะครับ 

50
00:04:35,790 --> 00:04:36,550
ในเรื่องของของการทํางานในพาร์ทนี้นะครับ
ดังนั้นในส่วนนี้ก็มันมีทั้งข้อดี

51
00:04:36,550 --> 00:04:37,590
ข้อเสียครับ 
ถ้าอยากจะให้ใช้งานลักษณะที่เคี้ยวเลยร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ

52
00:04:37,590 --> 00:04:38,870
ก็คงต้อง set up 
แบบที่เป็นโลคอลนะครับ 

53
00:04:38,870 --> 00:04:41,350
แต่ว่าถ้าเป็นลักษณะของตัวที่เป็นเว็บ
service หรือ a p i 

54
00:04:42,070 --> 00:04:59,510
อะไรก็แล้วแต่นะครับ 
คง 

55
00:04:59,670 --> 00:05:00,030
จําเป็นที่จะต้องเลือกข้อมูลที่จะใช้ใน
การถามตอบหรือให้ทางฝั่งของเอไอช่วยในการประมูลอื่นแทน

56
00:05:07,150 --> 00:05:08,430
มากกว่านะครับ 
เพราะมันมีความไม่ได้เสมอที่ข้อมูลอาจจะ

57
00:05:08,910 --> 00:05:09,830
leak 
จากทางทางนั้นได้เช่นเดียวกันนะครับ

58
00:05:09,830 --> 00:05:11,150
ก็เป็นทั้ง 2 ด้านแหละนะครับ 
ก็ขึ้นอยู่กับว่าสุดท้ายแล้วเราจะเลือกด้านไหนด้านหนึ่งกันแน่

59
00:05:11,150 --> 00:05:25,910
นั่นเองนะครับ 
โอเคไป ส่วนนี้ประมาณนี้นะครับ 

60
00:05:25,910 --> 00:05:27,510
ขอบคุณทุกทุกท่านที่เข้ามาติดตามและพบกันใหม่สําหรับวันนี้
ลากันไปก่อน สวัสดีครับ

