1
00:00:16,700 --> 00:00:33,580
สวัสดีครับกลับมาแข่งกันชิวๆตีบายเสร็จเพลงเก่านะครับผมสุเมธจิตภักดีบดินทร์รายการนะครับแอบโสดนี้จะเป็นโสดของซอฟต์เดย์นะครับวันนี้จะพูดถึงเรื่องของเอฟบีไอเผย
5 

2
00:00:33,660 --> 00:00:36,550
วิธีโน้มน้าวใจแบบคนฉลาดใช้ได้ผลทั้งลูกค้าเจ้านายและเพื่อนร่วมงานนะครับ
อันนี้เอามาจากทางของสตูดิโอนะครับก็เป็นหัวข้อที่น่าสนใจและก็คิดว่าเอามาปรับประยุกต์เป็นซอฟท์สกิลของคนทํางานได้นะครับเอ่อเจ้าหน้าที่เอฟบีไอหน่วยงานสืบสวนระดับโลกนะครับได้เผยเทคนิคการโน้มน้าวใจอย่างมืออาชีพ

3
00:00:36,550 --> 00:00:37,150
3ารถนําไปประยุกต์ใช้ในได้ทุกสถานการณ์นะครับ
หนึ่งวิธีการทํากระทําหนึ่งนะครับเวลาคือกฎแห่งการโน้มน้าวใจที่ทรงพลังรู้สึกมั้ยว่าถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทเรามักจะกล้าเล่ากับทุกๆเรื่องเพราะเพื่อนสนิทมักจะรู้จักกันมานานและเวลานี่แหละคือเทคนิคการน้อยใจสุดทรงพลัง

4
00:01:16,830 --> 00:01:31,150
ยิ่งอยู่กับคนๆนั้นยาวๆนานๆก็ยิ่งทําให้เขาคล้อยตามได้ง่ายดังนั้นหากเรามีอิทธิพลกับเพื่อนร่วมงานคนไหนให้ใช้เวลาร่วมงานกับเขาเยอะๆถ้าอยากให้คนที่ไม่ชอบ
หันกลับมาชอบเราใช้เวลาด้วยกันเยอะเยอะเหมือนเวลาสมัยเด็กที่ครูชอบให้เด็กสองคนที่ไม่ถูกกันอยู่ด้วยกันบ่อยบ่อยเพราะอย่างน้อยจะทําให้ต่างฝ่ายต่างไม่ชอบกันน้อยลง

5
00:01:41,810 --> 00:02:18,590
สองทําให้คนชอบเยอะๆนะครับเชื่อมโยงกับข้อแรกนะครับถ้าอยากให้คนคล้อยตามเราก็พยายามทําให้เขาชอบเราคนเรามักจะไว้ใจและก็ให้ความช่วยเหลือคนที่เราชอบอยู่แล้วพยายามสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นหรือแสดงออกอารมณ์เชิงบวกเยอะๆกับการแสดงท่าทีเหล่านี้ท่าทางจะช่วยให้สร้างความประทับใจแบบแรกพบที่ดี
อีกเทคนิคการที่ทําให้คนอื่นชอบเราอย่างรวดเร็วนะครับก็คือเอ่อแสดงท่าทางบางอย่างเช่นยกคิวเอียงศีรษะและก็ยิ้มนะครับ

6
00:02:18,590 --> 00:02:22,630
3 
เปลี่ยนใจก่อนเขาจะปฏิเสธนะครับแน่นอนว่าเราไม่

7
00:02:22,630 --> 00:02:36,550
3 
ารถรู้ใจอีกฝ่ายได้แต่เราอ่านปากของคนได้ถ้าอีกฝ่ายเริ่มทําริมฝีปากย่นหรือเริ่มโค้งมนแสดงว่าในหัวเขากําลังคิดสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่คุณพูดอยู่นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าเราต้องรีบเปลี่ยนใจเขาแล้ว

8
00:02:37,430 --> 00:02:59,990
อย่าปล่อยให้เขาปฏิเสธหรือแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งนั้นออกมาเพราะถ้าอีกฝ่ายพูดออกมาก็คือจบคนเรามักจะยึดมั่นกับสิ่งที่พูดออกมาไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหัวและการเปลี่ยนใจหลังจากนั้นจะเป็นเรื่องยากมากแต่หากอีกฝ่ายเม้มริมฝีปากแปลว่าเขายังไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งที่คุณพูดนั่นคือจังหวะแห่งการชักแม่น้ําทั้ง
5 

9
00:02:59,990 --> 00:03:04,310
มาพูดให้เขาคล้อยตามคุณให้ได้ก่อนที่เขาจะปฏิเสธคุณ
4 

10
00:03:04,310 --> 00:03:20,480
ใช้หลักจิตวิทยาของการตอบแทนซึ่งกันและกันนะครับเวลาให้เราความช่วยเหลืออะไรคนอื่นๆแล้วมีคนมาขอบคุณเราสิ่งที่เราจะตอบกลับคืออะไรไม่เป็นไรค่ะยินดีนะครับ
ให้เราเปลี่ยนเป็นการพูดว่าฉันรู้ว่าถ้าเป็นคุณคุณก็คงทําแบบนี้เหมือนกัน

11
00:03:20,990 --> 00:03:38,950
สิ่งนี้จะกระตุ้นหลักทางจิตวิทยาและของการตอบแทนซึ่งกันและกัน
เพราะเมื่อคุณได้รับสิ่งของหรือได้รับคําชมเชยก็มักจะรู้สึกอยากให้อีกฝ่ายกลับคืนนี่แหละคือโอกาสในการเพิ่มโอกาสไม่ให้เขาปฏิเสธคําขอของคุณในอนาคต

12
00:03:40,600 --> 00:04:13,440
5 
นะครับปล่อยให้อีกฝ่ายได้โชว์ของคนเรามักจะอยากโชว์ในสิ่งที่เขาเก่งหรือทําได้ดีอยู่แล้วนี่คือเทคนิคขอความช่วยเหลือจากคนอื่นโดยความอยากโดยใส่ความอยากโชว์ออฟของเขานะครับวิธีนะครับที่จะทําก็คือถ้าเราอยากได้ความช่วยเหลืออีกสักอย่างไปหาคนที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นนะครับทําท่าทีสงสัยกับสิ่งที่เรากําลังทําแล้วพูดบ่อยๆไปเลยว่าเออเนี่ยพอดีมีกําลังมีโปรเจคแล้วมีปัญหามากมายเลยนะครับเคยเจอปัญหาแบบนี้มั้ยแล้วแก้ไขยังไงบ้างนะครับ

13
00:04:14,270 --> 00:04:25,910
คนเรามักจะอดไม่ได้ที่จะโชว์ความรู้ของตัวเองเหมือนกับว่าได้โอกาสแสดงให้คนอื่นรู้ว่าเราเก่งนะครับแล้วเค้าจะเสนอตัวช่วยแก้ปัญหาของคุณ
ข้อดีของเทคนิคนี้คือมักจะทําให้อีกฝ่ายรู้ว่าเค้ากําลังได้โชว์ของความ3ารถของตัวเองไม่ใช่ถูกขอร้องให้ช่วยเหลือ

14
00:04:29,030 --> 00:04:41,350
แบบนี้จะเต็มใจทําสิ่งต่างต่างที่คุณร้องขอได้ง่ายมากขึ้น
นะครับอันนี้คือ 5 

15
00:04:41,590 --> 00:04:57,230
เทคนิคที่เอฟบีไอนะครับใช้มาเพื่อโน้มน้าวจิตใจของคนต่างๆนั่นเองนะครับโอเคตอนนี้ก็ประมาณนี้นะครับขอบคุณสุดท้ายที่เข้ามาติดตามแล้วพบกันใหม่สําหรับวันนี้ลากันไปก่อนสวัสดีครับ
