1
00:00:16,280 --> 00:00:27,150
สวัสดีครับกลับมาอีกครั้งกันชิวๆตี้ใบเสร็จเพย์กราฟผมสุเมธจิตภักดีประเด็นดําเนินรายการนะครับอภิส่วนนี้เป็นส่วนของวันจันทร์ซึ่งก็คือเรื่องของซอฟต์คิวดีนะครับ
วันนี้จะแตกต่างจากปกตินิดนึงครับคือพอดีว่าวันนี้ผมเอาเนื้อหาในเรื่องของทําไมเจนแซดทุ่มไปกับการซื้อของแบรนด์เนมมองการซื้อบ้านสักหลังและออมเกษียรเป็นเรื่องยากและไกลเกินฝันนะครับมาจากทางฝั่งของเดอะสแตนดาร์ดเวลท์นะครับพูดถึงแต่ว่ามันก็จะไม่เชิงของสกิลที่โดยที่ผมพูดนะครับแต่ว่าที่วันนี้อยากจะมาเล่าเนี่ยเพราะว่าอยากจะให้เห็นเป็นมุมหนึ่งของการที่ด้วยความที่ผมเองก็ทํางานกับเจนแซดค่อนข้างเยอะผมก็อยากรู้ว่าโอเคพฤติกรรมของคนเจนแซดเป็นยังไงนะครับดังนั้นก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟังในเรื่องของตัวพฤติกรรมของคนเจนแซดในเรื่องของการออมว่าเอ้ยเค้าเห็นความแตกต่างยังไงทําไมเค้าถึงเลือกที่จะซื้อแบรนด์เนมแทนที่จะซื้อบ้านแทนที่จะซื้อ

2
00:01:12,720 --> 00:01:18,920
ทรัพย์สินใดใดก็แล้วแต่ที่เป็นการมองว่าลงทุนที่มากกว่านี้ได้นะครับ
โอเคทางสํานักข่าวบลูมเบิร์กเผยถึงกรณีตัวอย่างการใช้ชีวิตของเนียฮอลแลนด์นะครับหญิงสาววัย24ปีนะครับอเมริกา

3
00:01:31,520 --> 00:02:03,600
เธอนําเงินออมจากรายได้เล็กๆน้อยๆนะครับจากการทํางานวิจัยระหว่างเรียนจนจบมหาวิทยาลัยกว่า$2,500ฯไปซื้อแชนแนลวินเทจซึ่งเธอรู้ดีว่าเงินก้อนนี้3ารถนําไปใช้เก็บออมหรือลงทุนที่มากกว่านี้ได้แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มองว่าเป้าหมายการใช้ชีวิตในปัจจุบันคงเทียบกับการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมไม่ได้เช่นการเป็นเจ้าของบ้านซักหลังหนึ่งการมีครอบครัวและก็มีลูกลูกดูจะห่างไกลเกินฝันดังนั้นการซื้อของฟุ่มเฟือยเล็กน้อย
กระเป๋าสะพายหลังหนังลูกแกะพร้อมสายโซ่24กะรัตเพื่อตัวเองก็อาจทําให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้ไม่น้อย

4
00:02:12,950 --> 00:02:49,510
เนื่องจากเศรษฐกิจปัจจุบันมีแต่จะแย่กับแย่ลงครับอีกทั้งสภาวะโลกร้อนความไม่สงบทางการเมืองสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปไม่มีอะไรที่จะการันตีความมั่นคงเหล่านี้ได้เลยนะครับแม้แต่ในขณะที่เรียนระดับปริญญาเอกด้านการศึกษาและจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเคยยังใช้เงินทางบ้านดังนั้นมันจะง่ายกว่าหรือไม่หากเราจะใช้เงินไปกับสิ่งที่เติมเต็มจิตใจเราได้ทันที
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จํานวนมากจีนกําลังทําในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจที่แย่โดยส่วนใหญ่มองว่าอนาคตทางการเงินมักจะหลีกหนีไม่พ้นกับภาระหนี้การศึกษา

5
00:02:49,990 --> 00:03:02,510
ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและตลาดแรงงานที่ไม่แน่นอนทําให้เป้าหมายการทางการเงินเปลี่ยนแปลงไปเช่นมองว่าการซื้อบ้านหรือการออมเพื่อการเกษียณนั้นทําได้ยากขึ้น
โดยข้อมูลดังกล่าวนะครับสะท้อนจากเครดิตคาร์มาซึ่งเป็นบริษัททางการเงินส่วนบุคคลที่ระบุว่าปัจจุบันชาวอเมริกันมากกว่า27%ต่างยอมรับว่าการใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่ายไปกับของฟุ่มเฟือยนั้นก็เพื่อเยียวยาความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและเหตุการณ์วิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นซึ่งกลุ่มเมลาเนียและกลุ่มเจนแซดนะครับเริ่มมีรูปแบบการใช้จ่ายลักษณะสูงขึ้นกว่าคนกลุ่มอื่นที่400%และ35%ตามลําดับ

6
00:03:34,830 --> 00:03:58,270
สเตฟิ้นวูศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์จากฮามิงตันคอลเลจนะครับเสริมว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบสวนทางกับเศรษฐกิจกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิดและภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่เมื่อผู้คนเริ่มตระหนักว่าความสําเร็จและความล้มเหลวส่วนใหญ่ล้วนอยู่นอกเหนือการควบคุม
ดังนั้นการที่คนรุ่นใหม่3ารถซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ๆได้นั้นส่วนหนึ่งอาจมาจากการสนับสนุนจากผู้ปกครองและคนหนุ่มสาวยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านบางคนถามรายได้พิเศษบวกกับการเข้ามาของโซเชียลมีเดียที่มักจะเห็นค่าอาหารที่หรูหราการใช้ชีวิตวันหยุดและการจับจ่ายสินค้าที่ฟุ่มเฟือยตามไอดอลหรือรายงาน

7
00:04:22,170 --> 00:05:20,880
ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปทั้งสิ้นนะครับอันนี้เป็นข้อมูลเรื่องของว่าทําไมถึง7ถึงเริ่มมีการใช้งานอาจใช้เงินไปกับส่วนที่เป็นของฟุ่มเฟือยมากขึ้นหรือถ้าเรามองอีกแบบหนึ่งก็คือเหมือนกับเยียวยาจิตใจนะครับซึ่งมันก็ไม่ผิดอะไรและการเข้าใจในมุมมองของเด็กยุคใหม่ผมว่าเป็นเรื่องสําคัญนะครับการที่
เรามองว่าคนนั้นคนนี้ใช้เงินที่แตกต่างกันนะครับมันไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้นผิดนะครับเขามีวิถีชีวิตในการใช้ชีวิตของตัวเองเช่นเหมือนกันครับคนที่เป็นอินทัวร์กับคนเอ็กโทรเวิร์ดจะใช้ชีวิตกับใช้เงินในระหว่างที่เขาชอบในระหว่างที่เขาต้องการมันคนละอย่างกันคนที่เป็นอินโทรเวิร์ตเขาชอบที่จะอยู่หน้าคอมเขาอยากจะเล่นเกมในวันหยุดเขาไม่อยากจะไปไหนทั้งสิ้น

8
00:05:23,130 --> 00:05:35,870
มันก็อาจจะเป็นที่เขาก็เลยมีการลงทุนกับการซื้อเกมการซื้อคอนโซลการซื้อคอมจํานวนเป็นแสน
ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดถ้าสมมติเขาจะซื้อเป็นแบบนั้น

9
00:05:37,640 --> 00:06:10,350
การมองว่าไม่ได้เอาเงินก้อนนั้นไปซื้อรถไปดาวน์โหลดหรืออะไรก็แล้วแต่มันก็อีกมุมมองหนึ่งครับการใช้ชีวิตของคนมันไม่เหมือนกันและการให้คุณค่าในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมันก็ไม่เหมือนกันดังนั้นโดยส่วนตัวผมที่พยายามอ่านหรือพยายามเข้าใจในประเด็นพวกนี้นะครับก็ก็ได้เห็นภาพหลายๆส่วนที่มองว่าเออแตกต่างคนมันมีการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกันจริงๆดังนั้นคือคุณจะคาดหวังไม่ได้หรอกว่าคนทุกคนจะต้อง
คิดแบบนั้นคิดแบบนี้คนทุกคนจะต้องออมเงินแบบนั้นออมเงินแบบนี้ใช้ชีวิตแบบนั้นใช้ชีวิตแบบนี้ทําไมไม่ทําแบบนั้นทําไมไม่ทําแบบนี้ผมว่าสุดท้ายแล้วแล้วแต่คนครับว่าคนคนนั้นเค้าวางแผนที่จะทําอะไรยังไงบ้างมากกว่านั่นเองนะครับก็ฝากไว้ครับสําหรับตัวของผู้ใหญ่หลายหลายคนถ้าใครเข้ามาฟังนะครับแล้วก็อยากเข้าใจว่าทําไมเจนแซดหรือตัวของกลุ่มคนเด็กเด็กทําไมเค้าถึงมองเรื่องของวัตถุมากขึ้นทําไมเค้าถึงมองเรื่องของโซเชียลมีเดียมากขึ้นนะครับก็

10
00:06:43,630 --> 00:06:48,350
ใช้ประมาณนี้แหละกันขอบคุณทุกทุกท่านที่เข้ามาติดตามและพบกันใหม่สําหรับวันนี้ลากันไปก่อนสวัสดีครับ
