1
00:00:16,750 --> 00:00:20,390
สวัสดีครับ ก็ไม่ค่อยชิวๆ ครับผม 
สุเมธ จิตต์ ภักดีบดินทร์ 

2
00:00:20,390 --> 00:00:26,470
ดําเนินรายการนะครับ episode 
นี้จะพูดถึงเรื่องของ บนเวทีและ 

3
00:00:26,630 --> 00:00:29,590
dino thensic นะครับ คือ episode 
ที่เป็น episode 

4
00:00:29,590 --> 00:00:30,310
ที่อยากจะเน้นย้ําเรื่องของคนทําที่นะครับว่าอย่าหลงทิศหลงทางแค่นั้นเองนะครับ
คือต้องบอกว่าสมมุติตัวของแอปพลิเคชันตัวนึงขึ้นมา

5
00:00:30,310 --> 00:00:31,630
นะครับ 
แล้วตัวของแอปพลิเคชันตัวนี้เนี่ยมันถูกโจมตีถูกโจมตี

6
00:00:31,630 --> 00:00:33,150
เสร็จแล้วมีการเข้าถึงระบบแล้วเข้าถึงระบบที่ว่าไปในการทํางานอะไรก็แล้วแต่แหละที่เป็น
การ 

7
00:00:51,040 --> 00:00:53,440
ปลอมแปลงตัวของผู้กระทํางาน 
ปกตินะครับ ในส่วนนี้เนี่ย 

8
00:00:53,440 --> 00:00:54,120
ถ้าบอกตามตรงคือเราต้องแยกกันระหว่างตัวของการ
audit 

9
00:00:54,160 --> 00:00:55,960
หรือการตรวจสอบตัวของการโจมตีกับอีกอันนึงคือเรื่องของ
barrary analysis หรือ ผล paints 

10
00:00:55,960 --> 00:00:58,080
หรือผล vary scaning หรือ 
อะไรก็แล้วแต่ 

11
00:00:58,080 --> 00:00:59,160
อยากให้มองแยกจากกันครับ 
คือถ้าเรามองเรื่องของความเ 4 

12
00:00:59,480 --> 00:01:01,160
ยงของระบบเพื่อจะปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น
โอเค ถูกต้องครับ 

13
00:01:01,560 --> 00:01:02,520
คุณต้องพูดถึงเรื่องของ very 
scaning 

14
00:01:02,520 --> 00:01:25,630
พูดถึงเรื่องของนู่นนี่นั่นเพื่อจะปรับปรุงเพิ่มเติมกับตัวระบบให้มี
ต่างต่างให้ดีมา กขึ้นนะครับ 

15
00:01:25,630 --> 00:01:26,230
อันนั้นอันนั้นเป็นเรื่องของการที่เรายึดจากตัวของการสแกนนิ่ง
การต่างต่างเนอะ 

16
00:01:26,230 --> 00:01:27,790
เพื่อจะปรับปรุงการแก้ไขชั่วโมง 
การวางนู่น นี่นั่นนะครับ 

17
00:01:36,910 --> 00:01:37,390
แต่ถ้าสมมุติว่าเราดูที่ตัวหลักฐานเราว่าดูหลักฐานนะครับ
เราดูที่ตัวของเป็นหลัก 

18
00:01:37,390 --> 00:01:38,750
เราดูที่เรื่องของ activity log 
เป็นหลักนะครับ 

19
00:01:38,750 --> 00:01:39,190
ดังนั้นเราไม่สามารถเอามาปนกันได้ในเรื่องของข้อมูลโอเค
มันเป็นข้อมูลที่ประกอบทําให้ตัวของการ

20
00:01:39,190 --> 00:01:40,070
analysis ทําได้ง่ายขึ้น 
หรือทําให้เร็วขึ้นเป็นไปได้เหมือนกัน

21
00:01:40,070 --> 00:01:41,230
แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะยึดจากตัวของช่องโหว่
เอ่อ 

22
00:01:41,230 --> 00:02:03,160
รีพอร์ตเหล่านั้นแล้วนํามาใช้เป็น
การอะไรสิ report digital policy 

23
00:02:03,240 --> 00:02:05,640
ได้เลย เพราะว่าตัวของ digital 
proisit เราว่าด้วยหลักฐานครับ 

24
00:02:05,640 --> 00:02:06,160
ถ้าหลักฐานว่าอย่างไร 
ก็ว่าไปตามนั้นนะครับ 

25
00:02:06,160 --> 00:02:14,470
ไม่ได้หมายความว่า 
ถ้ามีช่องโหว่แบบนั้นแบบนี้แล้วเราจะคิดว่าคาดว่าตัวของ

26
00:02:14,470 --> 00:02:15,150
insident 
ที่เกิดขึ้นจะเป็นแบบนั้น 

27
00:02:15,150 --> 00:02:16,910
แบบนี้มันมันมันมันตอบแบบนั้นไม่ได้นะครับ
ยกตัวอย่างเช่น กรณี 

28
00:02:16,910 --> 00:02:18,430
ง่ายง่ายก็ได้ครับ 
ก็คือสมมุติว่าเรามีเรื่องของการทํา

29
00:02:28,680 --> 00:02:30,110
ก็คือ 
มีคนถูกขโมยเยอะเซ็นพาสเวิร์ดมา 

30
00:02:30,110 --> 00:02:30,630
นะครับ ล็อกอินเข้าระบบนะครับ 
แล้วก็ทําพฤติกรรมใดใดก็แล้วแต่ 

31
00:02:30,630 --> 00:02:33,150
แต่ว่าช่องโหว่มี vary scaner 
หรือมีเป็น painter report 

32
00:02:33,150 --> 00:02:33,750
เพิ่งออกมาเลย 
แล้วบอกว่าเฮ้ยเนี่ยไอ้ตัวของเว็บเนี่ย

33
00:02:33,750 --> 00:02:37,150
มีเรื่องของการทํา product exit 
ของ tone คือตัวของสิทธิของ user 

34
00:02:37,150 --> 00:02:37,990
ไม่มี 
การกําหนดชัดเจนแล้วทําให้กลายเป็นว่าตัวของรู้ข้อที่เกิดขึ้น

35
00:02:38,150 --> 00:02:38,950
น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวของตัวหรือเปล่า
คําตอบคือ ผมตอบไม่ได้ครับ 

36
00:02:38,950 --> 00:02:59,000
ขึ้นอยู่กับหลักฐาน 
ถ้าเรามี application log ถ้ามี 

37
00:02:59,000 --> 00:02:59,720
activity 
หลอกอย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทํา

38
00:02:59,720 --> 00:03:00,080
activity 
นี้เราก็ยึดไปตามนั้นครับ 

39
00:03:00,080 --> 00:03:03,160
เราไม่ได้มานั่งดูว่าตัวของหลักฐานนั้น
เออ เกี่ยวข้องกับตัวของตัวของ 

40
00:03:03,160 --> 00:03:04,720
policy แค่ไหน 
เราอย่างที่เน้นย้ําว่าตัวของ 

41
00:03:04,720 --> 00:03:07,240
variety scaning ตัวของ paint 
report เป็น part 

42
00:03:07,240 --> 00:03:08,000
นึงที่ทําให้งานอาจจะง่ายขึ้นแค่นั้นเอง
แต่สุดท้ายแล้วท้ายสุด 

43
00:03:23,190 --> 00:03:23,670
เราดูที่ตัวของหรอกครับ 
ร็อคที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร 

44
00:03:23,670 --> 00:03:24,470
มีการลักษณะของการล็อกอินหรือไม่ 
ตัวของการทํางานจากยูสเซอร์เอ 

45
00:03:24,950 --> 00:03:25,310
กระทําโดยใช้สิทธิของยูสเซอร์บีหรือไม่นั่นดูจากตัวของแอคทิวิตี้หรอก
แล้วก็ตัวของแอพพลิเคชั่นหลอกเป็นหลักนะครับ

46
00:03:25,310 --> 00:03:48,240
เราไม่ได้ดูว่าตัวของเว็บนั้นมีช่องโหว่อะไรนะครับนั้น
ถ้าให้บอกตามตรงก็คือเวลา 

47
00:03:48,240 --> 00:03:48,480
ถ้าโดยปกติแล้วเนี่ย 
เราดูที่ตัวของแอปพลิเคชันล็อกเป็นหลักเลยครับว่า

48
00:03:48,480 --> 00:03:49,400
activity ของการทํางานเนี่ย 
มันมันเป็นส่วนที่ควรจะเป็นไหม 

49
00:03:49,400 --> 00:03:50,920
เช่น usera 
เอล็อกอินเข้ามาแล้วทํา activity 

50
00:03:50,920 --> 00:03:52,800
อะไรที่เป็น subficient activity 
ก็แล้วแต่แหละ คําถามคือ activity

51
00:03:52,800 --> 00:04:07,910
นี้ใครทํา 
เป็น activity ของ user a จริงๆ 

52
00:04:07,910 --> 00:04:10,950
ใช่หรือไม่ ถ้าเป็น user ตัว 
activity ของ user a จริงๆ 

53
00:04:10,950 --> 00:04:12,710
งั้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับพวก asset 
control นะครับ 

54
00:04:12,710 --> 00:04:13,150
อันนี้เป็นเรื่องของปัญหาของตัว 
เอิ่ม 

55
00:04:13,150 --> 00:04:14,510
อาจจะมองเป็นที่เรื่องของตัว 
balket ltivation ก็ได้ 

56
00:04:14,510 --> 00:04:15,270
ก็คือเรื่องของไม่มีทูเอฟเอ ไม่มี
multifactortificion 

57
00:04:15,270 --> 00:04:28,720
ทําให้ตัวระบบเนี่ย ไม่มี special
outification ที่เหมาะสมนะครับ 

58
00:04:28,720 --> 00:04:29,960
ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมองเป็นอีกปัญหาหนึ่งเนาะ
มันไม่ได้เกี่ยวกับตัวของ work 

59
00:04:29,960 --> 00:04:31,280
exect แล้วต้องเป็น routc 
ที่เกิดขึ้นของการถูกโจมตีจะเป็นโพรเกรสเอกชนเสมอไปนะครับ

60
00:04:31,280 --> 00:04:33,000
เราต้องดูให้อย่างชัดเจนจากตัวของหรอกที่เกิดขึ้นเราไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าอันเนี้ยคือลักษณะของ
program asset control เพราะ 

61
00:04:33,000 --> 00:04:35,240
morris scaner บอกว่ามีช่องโหว่ 
married scaner ตัวของ morgan 

62
00:04:35,240 --> 00:04:36,200
ในส่วนของโทนเราว่าไปด้วยหลักฐานครับ
datorize ว่าไปด้วย 

63
00:04:56,190 --> 00:04:57,070
เบสหลักฐาน 
ดังนั้นเนี้ยอย่าหลงประเด็นในเรื่องของการทํา

64
00:05:02,160 --> 00:05:02,480
ว่าไปด้วยหลักฐานตามหลักฐานเลย 
หลักฐานว่ายังไงก็ว่าไปตามนั้นนะครับ

65
00:05:07,760 --> 00:05:08,160
ก็ขอฝากไว้เท่านี้นะครับ 
สําหรับเรื่องของ varietscraning 

66
00:05:08,160 --> 00:05:11,600
report กับตัวของ dealent 
friendsic นะครับว่า 

67
00:05:15,520 --> 00:05:15,960
มันใช้เป็นตัวช่วยได้เท่านั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องยึดโยงหรือเราต้องยึดว่าเออเนี่ย
ตัวระบบนี้มีช่วงโหว่ เออ 

68
00:05:15,960 --> 00:05:17,000
ตัวของใดใดก็แล้วแต่ 
แล้วเราจะยึดว่าลูสคอร์สของตัวระบบเป็นแบบนั้น

69
00:05:17,000 --> 00:05:18,440
เสมอไปเวลาเราพูดถึงเรื่อง 
digital policy 

70
00:05:18,440 --> 00:05:20,080
เราต้องว่าไปด้วยรูดคอร์สของการเกิด
insident 

71
00:05:20,080 --> 00:05:41,790
เท่านั้นเราไม่ไม่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของ
ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นนะครับ 

72
00:05:41,790 --> 00:05:47,480
มันจะคนละประเด็นกันแต่เช่นเดียวกันใน
สามารถ recommendation 

73
00:05:47,640 --> 00:05:50,920
ให้เพิ่มความ 3ารถ 
หรือว่าเพิ่มศักยภาพโดยรวมของ 

74
00:05:50,920 --> 00:05:52,280
secondary 
ของระบบนั้นนั้นได้นะครับ 

75
00:05:52,280 --> 00:05:53,200
อันนั้นสามารถทําได้แต่คนละประเด็นกับตัวของรูดคอร์สที่เกิดขึ้นต้องแยกกันอย่างชัดเจน
เพื่อจะให้ไม่หลง 

76
00:05:53,200 --> 00:06:06,840
ประเด็นแล้วก็จะได้เทคแอคชั่น 
อย่างถูก priority นั่นเองนะครับ 

77
00:06:06,880 --> 00:06:09,200
โอเค epis นี้ประมาณนี้ครับ 
ขอบคุณทุกทุกท่านเข้ามาติดต่อกันใหม่สําหรับวันนี้

78
00:06:09,200 --> 00:06:10,000
ลากันไปก่อน สวัสดีครับ
