1
00:00:16,239 --> 00:00:19,070
สวัสดีครับ กลับมา แข่ง กับ ชิว 
โกตี๋ บ่าย ศึก เพชร กล่าว ผม 

2
00:00:19,080 --> 00:00:22,820
สุเมธ ภักดี บดินทร์ ดำเนิน 
รายการ นะครับ เอ ส นี้ บริษัท 

3
00:00:22,830 --> 00:00:25,720
ของ วัน จันทร์ ซึ่ง ก็คือ 
เรื่องของ ซอส กิน เด นะครับ 

4
00:00:25,730 --> 00:00:29,360
วันนี้จะ พูดถึง เรื่อง หัวข้อ 
ทำไม เสียง เราเป็น แบบนั้น 

5
00:00:29,430 --> 00:00:33,090
นะครับ คือ ไม่ มี หลายคน และก็ 
รวม ถึงผม เอง ด้วย นะครับ ถ้าพูด

6
00:00:33,100 --> 00:00:36,220
จริง จริงแล้ว เนี่ย ผม เองก็ 
รู้สึก แปลกๆ ทุกครั้ง ที่ ฟัง 

7
00:00:36,230 --> 00:00:41,000
เสียง ตัวเอง นะครับ จริงๆ แล้ว 
ใน ตอน ของ การ เริ่ม ทำตัว พอด 

8
00:00:41,010 --> 00:00:43,660
แค สต์ เนี่ย ผม เอง ก็ มี 
ความรู้สึก เหมือนกัน อาจเสี่ยง 

9
00:00:43,670 --> 00:00:49,140
แล้ว รู้สึก แบบ แปลกๆ หรือ 
แม้กระทั่ง ในตอน ทำ วิดีโอ ลง 

10
00:00:49,150 --> 00:00:51,920
ในตัว ของ ยูทูป แชนแนล ของ 
หนังสือ ไป ก้าว หรือ อะไร เงี้ย 

11
00:00:52,870 --> 00:00:56,120
ก็รู้สึก ว่า เสียง เราแปลก นะ 
คือ มันไม่ได้ เหมือน รู้สึกว่า 

12
00:00:56,130 --> 00:00:59,200
ตอนที่ เราพูด ปกติ ครับ คือ ใน 
พาร์ท เหล่านี้ เนี่ย จริง 

13
00:00:59,210 --> 00:01:04,709
จริงแล้ว เนี่ย มัน เป็นภาพ ที่ 
ไม่รู้ ว่าทุก คนเป็น รึเปล่า แต่

14
00:01:04,769 --> 00:01:08,340
ส่วนหนึ่ง ผมเป็น และก็ ทาง ฝั่ง 
ของ มิเชล นู้น ครับ เขา โพสต์ 

15
00:01:08,350 --> 00:01:12,140
ในเรื่อง ของ ประเด็น นี้ ที่น่า 
สนใจ ก็เลย คิดว่า เออ มัน มัน 

16
00:01:12,150 --> 00:01:16,800
ตรง กับเรา เนาะ ก็เลย อยากจะ 
หยิบ มา พูด ถึงกัน นะครับ 

17
00:01:16,990 --> 00:01:19,620
อันที่จริง แล้ว ได้เสียง ของ เรา
เอง นับเป็น หนึ่งใน สิ่งที่ 

18
00:01:19,630 --> 00:01:23,020
ทุกคน รู้ และก็ มีความ คุ้นชิน 
มาก ที่สุดใน ร่างกาย ของตัวเอง 

19
00:01:23,030 --> 00:01:26,370
มันเป็น เอกลักษณ์ เฉพาะ ของ ตัว 
เรา เพียง หนึ่งเดียว ของโลก 

20
00:01:26,380 --> 00:01:30,280
ที่ใคร ก็ไม่ สามารถ ขโมย มาจาก 
เราได้ เสียง เราเป็น หนึ่งใน 

21
00:01:30,290 --> 00:01:33,480
องค์ประกอบ สำคัญที่ สร้าง ตัวตน 
ของเรา ขึ้นมา ตั้งแต่เด็ก จนโต 

22
00:01:33,490 --> 00:01:36,360
นะฮะ เพราะฉะนั้น จึงไม่ 
ใช่เรื่อง แปลก อะไร ถ้า สมมุติ 

23
00:01:36,370 --> 00:01:39,160
ว่า เกิด เรามา ฟังเสียง 
ของตัวเอง ใน วิดีโอ แล้ว รู้สึก 

24
00:01:39,170 --> 00:01:43,290
ไม่ชอบ หรือ เกิดความ รู้สึก 
เขินอาย แถม อันที่ จริงแล้ว 

25
00:01:43,300 --> 00:01:45,880
นะครับ การ ไม่ชอบ เสียงของ 
ตัวเอง นั้น ถือ เป็น เรื่อง ปกติ

26
00:01:45,890 --> 00:01:51,170
ธรรมดา อาจ จน มีคำ นิยาม ของมัน 
โดยเฉพาะ ว่า วอยซ์ คอล ฟอน แทร 

27
00:01:51,180 --> 00:01:54,330
ชั่น หรือการ เผชิญ หน้ากับ เสียง
ตัวเอง เลย ทีเดียว 

28
00:01:55,510 --> 00:01:58,670
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ยุค ที่ 
ทุกคน สามารถ เป็น ครี เอ เตอร์ 

29
00:01:58,680 --> 00:02:01,490
ได้ อย่าง อิสระ ขอเพียง แค่ มี 
โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน เครื่อง 

30
00:02:01,500 --> 00:02:04,640
เดียวก็ สามารถ ที่จะ ทำ ทั้ง 
รายการ พอด แค สต์ และก็ รายการ 

31
00:02:04,650 --> 00:02:08,220
วิดีโอ ตัวเอง ไป เหมือน ในโลก 
ออนไลน์ ได้ ดังนั้น การที่ 

32
00:02:08,229 --> 00:02:11,000
เราได้ ยินเสียง ตัวเอง เกิด 
ไม่ชอบ ขึ้นมา ก็ จะ เป็น การ 

33
00:02:11,009 --> 00:02:14,640
บั่น ทอน กำลังใจ ของ เหล่า ครี 
เอ เตอร์ มือใหม่ หลายคน ได้ 

34
00:02:14,850 --> 00:02:18,460
ดังนั้น เรามา สำรวจ กันดี กว่า 
ว่า เพราะ เหตุใด เสียงของ เราจึง

35
00:02:18,470 --> 00:02:21,920
มีความ แตกต่าง จากที่ เราเคย 
ได้ยิน แล้ว มี วิธี อะไรบ้าง 

36
00:02:21,930 --> 00:02:24,900
ที่ทำให้ เรากลับมา ชอบ เสียง 
ตัวเอง อีกครั้งหนึ่ง นะครับ 

37
00:02:25,790 --> 00:02:29,260
อันดับ แรกสุด ครับ เราต้อง 
ทำความเข้าใจ ก่อน นะครับ ว่า 

38
00:02:29,270 --> 00:02:33,540
ทำไมเรา รู้สึกว่า เสีย คนละ 
แปลกออกไป ในเวลา ที่ อยู่ใน เทป 

39
00:02:33,550 --> 00:02:36,940
หรือ วิดีโอ นะครับ ก็เพราะ ว่า 
เรา ได้ยิน เสียง ตัวเอง ต่างจาก 

40
00:02:36,950 --> 00:02:40,560
คนอื่น โดย ปกติ แล้ว นะครับ 
เมื่อเรา ได้ยิน เสียง คนอื่น พูด

41
00:02:40,570 --> 00:02:44,160
คลื่น เสียง จะ เคลื่อน ที่ผ่าน 
อากาศ และ เข้าสู่ หู ของเรา 

42
00:02:44,530 --> 00:02:47,240
ทำให้ กระบอก หู ของเรา 
สั่นสะเทือน แล้ว สมอง ของเรา 

43
00:02:47,250 --> 00:02:51,630
ก็จะ เปลี่ยน การสั่นสะเทือน นั้น
เป็นเสียง อย่างไรก็ตาม เมื่อเรา 

44
00:02:51,640 --> 00:02:55,370
กลายเป็น ผู้พูด นะครับ เส้นเสียง
และ ทางเดินหายใจ ของ ตัวเอง ก็ 

45
00:02:55,380 --> 00:02:59,150
จะ สั่น ไปด้วย นั่น หมายความว่า 
ตัว เรา เอง นั้น จะได้รับ ยิน 

46
00:02:59,580 --> 00:03:03,830
เสียง จาก สอง แหล่ง ด้วยกัน 
แหล่ง แรก คือ คลื่น เสียง ที่ 

47
00:03:03,840 --> 00:03:08,050
เดินทางเข้าสู่ หู ของเรา จาก 
เสียง เรา เอง และ ที่สอง คือ 

48
00:03:08,120 --> 00:03:12,110
เสียง เกิด จากการ สั่น ของ 
เส้นเสียง ของ เรา เอง ทาง 

49
00:03:12,120 --> 00:03:16,410
มาร์ติน เบอ เชอ นะครับ สุ อา 
ศาสตราจารย์ ด้าน กล่องเสียง ที่ 

50
00:03:16,420 --> 00:03:21,550
อิสระ ยูนิตี้ คอลเลจลอนดอน ได้ 
อธิบาย หลักการ นี้ อย่าง ง่ายดาย

51
00:03:22,120 --> 00:03:24,670
โดย เมื่อเรา เป็นผู้ พูด 
เหมือนกับ ว่า ทุกคน ได้ยิน เสียง

52
00:03:24,680 --> 00:03:28,090
ผ่าน ลำโพง แต่ ตัวเรา นั้น จะได้
ยินเสียง ของตัวเอง ผ่าน ถ้ำ ที่ 

53
00:03:28,100 --> 00:03:32,860
ซับซ้อน ในหัว ของ เรา เอง เสียง 
จะดัง ไปทั่ว รูจมูก ของเรา พื้น 

54
00:03:32,870 --> 00:03:36,420
ที่ว่าง ทั้งหมด ในหัว ของเรา 
และก็ ส่วนกลาง ของ หู ซึ่ง 

55
00:03:36,430 --> 00:03:39,280
เปลี่ยน วิธี ที่เรา ได้ยิน เสียง
เมื่อ เทียบกับ เสียง ที่คนอื่น 

56
00:03:39,290 --> 00:03:43,000
ได้ยิน สรุป ก็ คือ พวกเรา ทุกคน 
นั้นได้ ยินเสียง ของตัวเอง 

57
00:03:43,010 --> 00:03:47,300
ผ่านการ ผสมผสาน ระหว่าง สอง 
เสียง คือ ปาก และ คอ แต่คน อื่นๆ

58
00:03:47,310 --> 00:03:50,500
นั้น ได้ยิน เสียง ที่ออก มาจาก 
ปาก ของ เรา เท่านั้น นี่คือ 

59
00:03:50,510 --> 00:03:54,140
เหตุผล ว่าทำไม เรา ได้ยิน เสียง 
ตัวเอง ใน เครื่อง บันทึก 

60
00:03:54,150 --> 00:03:58,180
แปลกออกไป เสียง ตัวเอง ที่เรา 
ได้ยิน จึง แตก ต่างจาก สิ่ง 

61
00:03:58,190 --> 00:04:01,380
ที่เรา คุ้นเคย นั่นเอง ด้วย 
เหตุผลนี้ นะครับ คน ส่วนใหญ่ 

62
00:04:01,390 --> 00:04:05,370
มักจะ รู้สึกว่า เสียง ที่แท้ 
จริงของ ตัวเราเอง นั้น ลุ่ม ลึก 

63
00:04:05,380 --> 00:04:08,720
และ ก็ หนักแน่น กว่า เมื่อ 
เทียบกับ เสียง ที่ บันทึก แล้ว 

64
00:04:08,870 --> 00:04:12,080
เสียง ที่ได้ จะ บาง กว่า และก็ 
แหลม สูงกว่า ทำให้ หลายคน 

65
00:04:12,090 --> 00:04:16,240
เกิดอาการ อาย ใน เสียงของ ตัวเอง
แล้ว ทำไม เราถึง ไม่ชอบ เสียง 

66
00:04:16,250 --> 00:04:20,769
ตัวเอง กัน ล่ะ นิวส์ บาท นะครับ 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ โสด อะ นาสิก 

67
00:04:20,779 --> 00:04:26,550
วิทยา เลย ก็ คื อ โท รา ลิน โก 
โล จี ค อ่าน ผิด ขออภัย นะครับ 

68
00:04:26,560 --> 00:04:31,230
มัน ค่อนข้าง ยาก อยู่ รีวิว เม 
ดิ ซีน มหาวิทยาลัย วอชิงตัน 

69
00:04:31,240 --> 00:04:34,030
นะครับ ได้ เป็นผู้ เชี่ยวชาญ 
ทางด้าน การวินิจฉัย และ รักษา 

70
00:04:34,040 --> 00:04:38,550
ความ ผิดปกติ ของ หู จมูก 
กล่องเสียง หรือ ช่อง คอ ศีรษะ 

71
00:04:38,560 --> 00:04:42,750
และ ก็ ขอ ได้ อธิบาย ถึง เหตุผล 
ดังกล่าว ไว้อย่าง เรียบง่าย ก็ 

72
00:04:42,760 --> 00:04:47,060
คือ เสียง ที่แสดง ความแตกต่าง 
ระหว่าง การรับรู้ ตัวตน กับความ 

73
00:04:47,070 --> 00:04:50,850
เป็นจริง เนื่องจาก เสียง ของเรา 
มี เอกลักษณ์ เฉพาะตัว และก็ เป็น

74
00:04:50,860 --> 00:04:55,230
องค์กร สำคัญ ใน ตัวตน ของ เรา 
ซึ่ง ความไม่ ตรงกัน อาจจะ 

75
00:04:55,240 --> 00:04:59,100
ทำให้เรา รู้สึก สะเทือนใจ 
เนื่องจาก มันจะ ทำให้เรา ตระหนัก

76
00:04:59,110 --> 00:05:03,100
ได้ทัน ทีว่า คนอื่น ได้ยิน เสียง
เรา เป็น อย่างไร มาตลอด กล่าว 

77
00:05:03,110 --> 00:05:06,560
โดย สรุป ง่ายๆ ก็คือ เพราะ เสียง
เราที่ ถูก อัด ผ่าน เครื่อง 

78
00:05:06,570 --> 00:05:10,680
บันทึก เสียง หรือ วิดีโอ ของเรา 
ไม่เป็นไป ตามที่ เราคาดหวัง ไว้ 

79
00:05:10,890 --> 00:05:14,360
ดังนั้น เราจึง ไม่ชอบ มัน 
น่ะครับ ดังนั้น เรามา เรียนรู้ 

80
00:05:14,370 --> 00:05:18,210
ที่จะรัก เสียง ตัวเอง กันดี กว่า
นะครับ อย่าง แรก ครับ ฝึก 

81
00:05:18,220 --> 00:05:21,670
วิเคราะห์ เสียงของ ตัวเอง ลอง 
ตั้งใจ วิเคราะห์ ฟังเสียง 

82
00:05:21,680 --> 00:05:25,050
ของตัวเอง ผ่าน เทป บันทึก หรือ 
วิดีโอ ลองดู ว่ามี จุด ไหนที่ 

83
00:05:25,060 --> 00:05:28,800
บ้าน ที่ ไหน บ้าง ที่เรา ไม่ชอบ 
และก็ อยากจะ ปรับปรุง ให้ดี 

84
00:05:28,810 --> 00:05:33,990
ยิ่งขึ้น และ แถม การ ตั้งใจ 
ฟังเสียง ของตัวเอง ซ้ำไป เรื่อยๆ

85
00:05:34,000 --> 00:05:38,290
เนี่ย ก็จะ ช่วย ให้เรา เกิดความ 
คุ้นชิน ต่อเสียง เรา จนได้ เรา 

86
00:05:38,300 --> 00:05:42,230
ไม่ เขินอาย อีกด้วย นะครับ สอง 
นะครับ ลดความ เป็นทางการ ให้ 

87
00:05:42,240 --> 00:05:45,850
น้อยลง เวลา เรา อยู่ หน้ากล้อง 
หรือ กำลัง ถือ ไมโครโฟน เนี่ย 

88
00:05:46,080 --> 00:05:49,970
หลาย คนที่ ไม่ชิน จะ มักจะ พูดจา
ให้ สุภาพ และก็ ชัดถ้อยชัดคำ 

89
00:05:49,980 --> 00:05:55,670
มากขึ้น ทำให้ เกิดอาการ เกร็ง จน
เรารู้สึก แปลกๆ เอา ไว้ ภายหลัง 

90
00:05:56,280 --> 00:06:00,450
ดังนั้น ลอง เน้น ไปที่ การพูด 
ยาง ธรรมชาติ โดยที่ เน้นไป ใช่ 

91
00:06:00,460 --> 00:06:05,070
เรื่องของ ชีวิตประจำวัน แทน 
เพราะ ถึงแม้ว่า จะ ได้ยิน 

92
00:06:05,140 --> 00:06:09,020
อยู่คนเดียว ก็ตาม แต่การ ได้ใช้ 
คำศัพท์ แบบ ธรรมชาติ จะช่วย เรา 

93
00:06:09,140 --> 00:06:12,370
รู้สึก เขินอาย น้อยลง เมื่อ 
มันได้ ยินเสียง ตัวเอง ในภายหลัง

94
00:06:12,380 --> 00:06:17,790
นะครับ สาม ลดความ เร็ว ให้ ช้าลง
เหมือน กับ ข้อ ก่อนหน้า นี้ ครับ

95
00:06:17,800 --> 00:06:21,190
เวลาที่ คนเรา มักจำ เป็นต้อง ถือ
ไมค์ หรือว่า รู้ ว่า กำลัง มี 

96
00:06:21,200 --> 00:06:24,950
กล้อง อยู่ เรา นั้น มักจะ 
ทำให้เรา รู้สึก ประหม่า และก็ 

97
00:06:24,960 --> 00:06:28,790
อ่าน สคริป เร็ว กว่า ปกติ จน 
ทำให้ เรา นั้น แปลกออกไป 

98
00:06:28,900 --> 00:06:32,790
เพราะฉะนั้น เราต้อง พยายาม 
ลดความ เร็ว ในการ พูด ของเรา ให้

99
00:06:32,800 --> 00:06:36,490
ใกล้เคียง กับ จังหวะ การพูด โดย 
ปกติ ให้ได้ มากที่สุด ซึ่ง เมื่อ

100
00:06:36,500 --> 00:06:39,810
เราพูด อย่าง ผ่อนคลาย ตามจังหวะ 
ของตัวเอง นั้น เสียง ที่แท้ 

101
00:06:39,820 --> 00:06:43,350
จริงของ เราก็ กลายเป็น ถูก เปล่ง
ออกมา นั้น เอง ใน ท้ายที่สุด 

102
00:06:43,360 --> 00:06:46,850
นะครับ ถ้าหาก ใครก็ตาม ที่กำลัง 
มีปัญหา ในเรื่อง ของความ มั่นใจ 

103
00:06:47,100 --> 00:06:51,630
ใน เสียงของ ตัวเอง นั้น ไม่ดี 
อาจ พยายาม ฝึกฝน วิธี การพูด ให้

104
00:06:51,640 --> 00:06:55,010
เยอะ และก็ เพื่อให้ ที่ว่า เรา 
จะได้ คุ้นชิน กับ เสียง เร้า 

105
00:06:55,020 --> 00:06:58,450
ตัวเอง ตลอดเวลา ที่ต้อง อัด 
เสียง หรือ วิดีโอ ต่างๆ และ 

106
00:06:58,460 --> 00:07:02,950
อย่าลืม ว่า บางที ความกังวล ของ 
ตัวเราเอง ที่กำลัง มีอยู่ นั้น 

107
00:07:03,040 --> 00:07:07,730
อาจจะ เป็นเพียง เสียง ใน ใจ ของ 
เราที่ ตัวเรา นั้น คิด ไป เอง ก็

108
00:07:07,740 --> 00:07:11,990
เป็นไปได้ เช่นเดียวกัน นะครับ 
โอเคก็ ประมาณนี้ ค่ะ สำหรับ 

109
00:07:12,000 --> 00:07:15,990
ในตัว ของ อี ซอ ร์ด ของ ช่วง 
วันจันทร์ นะครับ ขอบคุณ 

110
00:07:16,000 --> 00:07:19,160
ที่เข้ามา พิการ และ คนไม่ สำหรับ
วันนี้ ลา กันไป ก่อน สวัสดีครับ

