1
00:00:18,470 --> 00:00:19,230
แต่ผมสุเมธจิตต์ภักดีพอดีดําเนินรายการนะครับ
episode นี้จะเป็นส่วนของชิลชิล 

2
00:00:19,230 --> 00:00:19,910
security 
นะครับวันนี้จะพูดถึงเรื่องของ 

3
00:00:19,910 --> 00:00:21,670
script centryนะครับคือตัวของ 
script tentryเนี่ยเป็นตัวของ 

4
00:00:21,710 --> 00:00:22,310
script 
ที่ใช้ในการหาตัวของเราออนสคริปท์ที่น่าจะมีเออ

5
00:00:22,310 --> 00:00:23,630
security miss connection 
นะครับเอิ่มลองงั้นมาคุยกันก่อนว่าตัวของ

6
00:00:23,750 --> 00:00:25,630
lock on script 
ที่ว่ามันคือประมาณไหนนะครับคือด้วยปกติเนี่ยเราจะพยายามใช้งานตัวของ

7
00:00:25,750 --> 00:00:28,070
lock on script 
นะครับเพื่อจะให้ทําautomationใดใด

8
00:00:49,510 --> 00:00:52,470
ระหว่างตัวของ user gold lok in 
นะครับซึ่งในส่วนนี้เนี่ยตัวของการทํางานเนี่ยมันก็จะทําเป็นลักษณะของ

9
00:00:52,470 --> 00:00:53,990
script 
ที่เป็นการล็อกอินเข้าสู่ระบบแล้วก็ดําเนินการautomationสักอย่างหนึ่งนะครับ

10
00:01:04,950 --> 00:01:05,790
ซึ่งตัวของล็อคออนซ์คริปเองเป็นตัวของที่
3ารถconflictได้เองนะครับหรือการconflictผ่านตัวของ

11
00:01:05,790 --> 00:01:08,390
a d นะครับผ่านกรุ๊ป policy ก็ 
3ารถทําได้เช่นเดียวกันนะครับส่วนตัวของ

12
00:01:08,390 --> 00:01:09,310
log script 
เองเนี่ยเป็นส่วนที่ถูกใช้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทําแบบfactoringนะครับแอด

13
00:01:09,310 --> 00:01:11,190
printer update software 
และก็อื่นอื่นอีกมากมายนะครับ 

14
00:01:28,390 --> 00:01:30,190
แต่ก็เช่นเดียวกันครับตัวของ log 
on 

15
00:01:30,190 --> 00:01:38,150
cropเองเนี่ยก็มีความเป็นไปได้ที่น่าจะทําcontributionแบบผิดพลาดนะครับหรือก็คือ
security miss 

16
00:01:38,150 --> 00:01:50,070
configrationได้นะครับยกตัวอย่างเคสแรกก็คือเรื่องของตัวpaintechpredentialครับอันนี้ถือว่าเป็นเรียกว่า
แย่ที่สุดหรือก็คือตัวที่มักเจอบ่อยที่สุดนะฮะก็คือตัวของเราเอาสคริปต์เนี่ยมีการพยายามทําเรื่องของพวก

17
00:01:51,840 --> 00:01:52,640
Automationต่างต่างและมีการฝังตัวของการใช้คําสั่งบวกกับตัวของชื่อในพาสเวิร์ดหรือก็คือcryentialไว้ในตัวของ
script 

18
00:01:52,640 --> 00:01:53,120
เลยนะครับซึ่งทําให้เมื่อตัวของเออ
user 

19
00:01:53,120 --> 00:01:54,280
ใดๆนะครับมาทําการเปิดตัวของสคริปต์ตัวนั้นน่ะนะครับมันก็จะทําให้ตัวของ
user 

20
00:02:11,120 --> 00:02:11,480
3ารถที่จะทราบเรื่องของตัวusername
password 

21
00:02:11,480 --> 00:02:25,070
ที่ใช้ในการทําautomationได้เลยนะครับ
ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างที่สําคัญมากมากนะครับเออหรือว่าเป็นให้เห็นภาพง่ายง่ายนะครับอ่าซึ่งในเคสที่

22
00:02:25,070 --> 00:02:35,310
2 
ครับก็จะคล้ายกับตัวของเคสแรกนะครับก็คือเรื่องของแมพปิ้งแฟชั่นริ่งแล้วก็ตัวของการดีควายไฟฟายโดยที่ไม่มีการเซ็ตเพอมิสชั่นที่ดีนะครับ

23
00:02:36,790 --> 00:02:37,270
ในตัวของเราไอศกรีมเองเนี่ย 
3ารถที่จะทําในเรื่องของการทําแมรี่ปิ้งฟายเชอร์ริ่งได้ดีพลอยไฟล์ไปได้แล้วก็อินสตอริ่งแอพพลิเคชั่นหรืออื่นอื่นนะครับที่อยู่ภายใต้ตัวของอันเซฟเพอร์มิชชั่นรีซอร์สนะครับเอ่อซึ่งยกตัวอย่างเช่นนะครับเรามีตัวของรันดอทบีบีเอสที่เป็นล็อคออนสคริปนะครับซึ่งมันจะรันทุกครั้งภายใต้

24
00:03:00,960 --> 00:03:01,160
ไฟล์แชร์ลิ่งผ่านที่หนึ่งนะครับซึ่งถ้าเราเซ็ตให้ไม่ดีนะครับคือเราพยายามทําให้เข้าถึงง่ายนะครับตัวของฟาแชร์ริ่งผ่านนั้นนั้นเนี่ยแล้วมีการกําหนดเป็นอลาออลเอวี่แวว
3 

25
00:03:01,160 --> 00:03:01,640
ารถเข้าถึงได้เลยเนี่ยมันก็จะทําให้ตัวของเออใครก็แล้วแต่
3 

26
00:03:01,640 --> 00:03:26,400
ารถเข้าไปภูเขาโทเอ่อตัวของการแชร์ริ่งนั้นนั้นหรือสคริปต์ในส่วนนั้น
ก็ได้เช่นเดียวกันนะครับซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นพาร์ทที่ค่อนข้างแย่มากนะครับแล้วก็สําคัญมากๆเช่นเดียวกันเพราะว่ามันเป็นถือว่าเป็นอีกหนึ่งชั่วโมงที่มักจะเจอในเรื่องของตัวล็อกออนสคริปนั่นเองนะครับตัวอย่างเคสที่

27
00:03:26,400 --> 00:03:27,000
3 
ครับก็คือล็อกออนสคริปท์วิชurepermitionนะครับคือก่อนหน้านี้เป็นเรื่องของการเข้าถึงตัวของไฟล์

28
00:03:48,120 --> 00:03:49,240
ที่เป็นpaintechถูกไหมครับมีการเก็บ
clean chealsไปลักษณะของ paint 

29
00:03:49,240 --> 00:03:50,320
อันที่ 2 
เป็นเรื่องของการทําoutlog on 

30
00:03:50,320 --> 00:03:50,800
script 
ที่มีการทําพวกการทําfactoringนะครับแล้วประเด็นคือตัวของปลายทางเองอยากให้

31
00:03:50,800 --> 00:03:51,120
3 
ารถเข้าถึงได้ง่ายๆนะครับก็เลยมีการกําหนดเอาลาออกไว้ซึ่งก็ทําให้ตัวของต้นทาง

32
00:03:51,520 --> 00:03:51,960
3 
ารถเข้าถึงได้ปลายทางโดยที่ไม่ต้องauditเช่นอะไรก็ได้นะครับส่วนตัวอย่างที่

33
00:03:51,960 --> 00:03:52,960
3 ก็คือโลกออนสคริปท์ with 
institurepromitionเนี่ย 

34
00:04:13,920 --> 00:04:16,680
จะมีความแตกต่างกับตัวของ 2 
ส่วนแรกนะครับ 

35
00:04:17,750 --> 00:04:20,870
ซึ่งตัวของปัญหาเนี่ยเกิดเมื่อตัวของ
loan of script 

36
00:04:20,870 --> 00:04:27,470
เองเนี่ยกําลังดําเนินการเอิ่มaudientictionตัวเองนะครับเออโดยใช้ตัว
net log on 

37
00:04:27,470 --> 00:04:37,150
หรืออะไรอย่างเงี้ยนะครับซึ่งมันก็มีความเป็นได้ที่การกําหนดpromitionที่ไม่ดีนะครับจะทําให้ตัวของ
file นั้นเนี่ย 3 

38
00:04:37,150 --> 00:04:42,440
ารถถูกแก้ไขโดยใครก็ได้ก็เป็นไปได้เหมือนกันนะครับดังนั้นการทําautomation
เออสคริปอะนะครับถือว่าเป็นpart 

39
00:04:42,440 --> 00:04:43,720
สําคัญเพราะว่ามันจะมีทั้ง2ส่วนคือ
log on script สําหรับในการ run 

40
00:04:43,720 --> 00:04:45,480
ภายในเครื่องหรือ log on script 
ที่เป็นลักษณะของ network 

41
00:04:45,480 --> 00:04:46,120
เองก็ตามนะครับซึ่งอย่างที่แจ้งถ้ามันมีการเออกําหนด
commission 

42
00:04:46,720 --> 00:04:47,040
ไม่ดีนะครับก็มีความเป็นได้ที่เทรด
actor 

43
00:04:47,120 --> 00:04:48,360
อาจจะล็อกอินไปเป็นยูสเซอร์เอแล้วก็ล็อกอินเข้ามาเป็นuserbandหรือใช้สิทธิ์
user a 

44
00:04:48,360 --> 00:05:09,200
ในการเข้าไปแก้ไขตัวของฟ้าที่เป็นล็อคออนสคริป
ก็เป็นไปได้เหมือนกันนะครับงั้นอันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่ง

45
00:05:09,200 --> 00:05:20,590
หรือว่าเป็นตัวของซิกเลอมิสคอนเฟอเรชั่นอีกตัวนึงที่ต้องระมัดระวังเช่นเดียวกันนะครับ
ตัว use case ที่ 4 

46
00:05:20,590 --> 00:05:26,510
ครับตัวสุดท้ายนะครับก็คือเรื่องของ
mapping non expecting share 

47
00:05:26,510 --> 00:05:30,950
นะครับตัวของ file 
เองเนี่ยในบางครั้งนะครับ file 

48
00:05:30,950 --> 00:05:48,880
หรือโฟลเดอร์เองเนี่ยมันอาจจะไม่อยู่แล้วนะครับบนเครื่องที่เป็นปลายทางนะครับเพราะว่าด้วยความที่อาจจะเก่าเกินไปหรือเผลอลบหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับประเด็นสําคัญคือไอ้ตัวของเอ่อไฟล์นั้นที่มันไม่อยู่เนี่ยแต่สคริปต์ล็อคออนสคริปเองยังทํางานปกตินะฮะนั่นหมายความว่าสมมุติเราพยายามจะมีการพยายามแชร์ตัว
ของผาดผ่านหนึ่งนะครับหรือไฟล์ไฟล์นึงเนี่ยอยู่เสมอๆอยู่แล้วแต่ว่าวันใดวันนึงนั่นแหละอันนั้นคือมันถูกลบไปหายไปนะครับถ้าเกิดมีคนเอาไฟล์ที่ชื่อเหมือนกันมาแปะวางอาจจะทําให้ตัวของสคริปต์นั้นดําเนินการอย่างที่เราต้องการเลยก็เป็นไปได้เหมือนกันนะครับซึ่งก็จะทําให้กลายเป็นว่าตัวเทรเตอร์

49
00:05:48,880 --> 00:06:36,120
3ารถที่จะทําอินโนเวชั่นเอ็กซ์ฟอร์ดิชั่นหรือเรื่องของโปรเซสแฟนซ์หรือแม้กระทั่งเรื่องของเรสเตอรอลโฮมเมนต์ต่างต่างได้เพิ่มเติมอีกด้วยนั่นเองนะครับ
ซึ่งแน่นอนครับด้วยความที่ตัวของผู้โพสต์เองนะครับเป็นผู้ที่พัฒนาตัวของสคริปต์เซ็นทรีนะครับก็ลองลองไปดูหาข้อมูลดูนะครับสคริปต์เซ็นทรีเนี่ยเท่าที่ผมอ่านดูเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการหาพวกยูสเคสอย่างที่ผมแจ้งไปแล้วก่อนหน้านี้ก็คือ

50
00:06:36,120 --> 00:06:46,840
4 
ยูสเคสหลักหลักนั่นแหละนะครับโดยที่เองจะพยายามหาพวกconfigrationที่ผิดพลาดหรือเรื่องรวมถึงเรื่องของperfitionในการเขียนตัวของไฟล์อะไรอย่างเงี้ยนะครับอันนี้คือส่วนที่

51
00:06:47,600 --> 00:06:55,800
ตัวของเออทางสคริปเต็มที่เค้าทํานะครับซึ่งก็จะเป็นการหาจากไอ้ตัวของ
use case ทั้ง 4 use case 

52
00:06:56,040 --> 00:07:01,560
ที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้นั่นแหละนะครับอะนั่นคือตัวของ
skip 

53
00:07:01,560 --> 00:07:13,400
centralyแล้วก็รวมถึงที่มาที่ไปแล้วก็วิธีการในการตรวจสอบของทางscribecentryก็ประมาณนี้ละกันนะครับโอเคในส่วนนี้ประมาณนี้นะครับขอบคุณทุกทุกท่านเข้ามาติดต่อแล้วพบกันใหม่สําหรับวันนี้ลากันไปก่อนสวัสดีครับ
