1
00:00:09,500 --> 00:00:19,100
น สวัสดีครับ กลับมา อีกครั้ง กับ
ชิว ซิตี้ บา เซ็ต เพลย์ การ 

2
00:00:19,110 --> 00:00:22,520
ครับผม สุเมธ จิต ภักดี บดินทร์ 
มะ รายการ นะครับ ไอ พี โซเนีย 

3
00:00:22,530 --> 00:00:25,150
ไปโสด ของ วัน จันทร์ ซึ่ง ก็คือ 
เรื่องของ ซอฟ สกิล เด่น นะครับ 

4
00:00:25,160 --> 00:00:29,680
วันนี้ จะเอา ข้อมูล หัวข้อ มาจาก
ทาง มิเชล ชุลมุน นะครับ ในหัวข้อ

5
00:00:30,010 --> 00:00:34,280
คุย เรื่อง ลำบากใจ อย่างไร ให้ 
ราบรื่น เทคนิค การพูด จาก 

6
00:00:34,290 --> 00:00:38,790
หนังสือ ดิ คัล เวิร์ เซ ชัน 
นะครับ อันนี้ เป็น ข้อมูลที่ 

7
00:00:38,800 --> 00:00:42,240
น่าสนใจ นะครับ ซึ่งทาง มิฉะนั้น 
เขาก็ สรุป เนื้อหา มาให้ นะครับ 

8
00:00:42,250 --> 00:00:45,850
ดังนั้น หาก ใครที่ อยากได้ 
ข้อมูล แบบ เต็มๆ ก็ แนะนำ ให้ไป 

9
00:00:45,860 --> 00:00:50,750
ที่มีชื่อ ชุลมุน นะครับ โอเค 
หนึ่ง นะครับ อย่า มัวแต่ กังวล 

10
00:00:50,760 --> 00:00:54,270
ว่า พูด ออกไป ดี้ ไม่ ให้ พูด 
ออกไป เถอะ เรื่องยาก อยู่ รอบ 

11
00:00:54,280 --> 00:00:57,330
ตัวเรา และก็ ต้อง เผชิญ กับมัน 
เป็นประจำ นะคะ ผู้เขียน แนะนำ 

12
00:00:57,340 --> 00:01:01,630
ว่า ไม่ว่า สถานการณ์ ที่จะเป็น 
อย่างไร ให้ พูดไป เถอะ หากเรา 

13
00:01:01,640 --> 00:01:06,370
ปล่อยให้ คนอื่น ล้ำเส้น คนที่ 
ผลเสีย นะครับ ก็ จะตก ม้า เพียง 

14
00:01:06,380 --> 00:01:11,380
แค่เรา เท่านั้น นะครับ สอง 
รู้จัก บทสนทนา น่า หนักใจ สาม 

15
00:01:11,390 --> 00:01:16,020
ประเภท ครับ หนังสือ ได้ แบ่ง 
ประเภท บทสนทนา อยาก ไว้ สาม 

16
00:01:16,030 --> 00:01:20,710
ประเภท หนึ่ง คือ สนทนา แบบ เกิด 
อะไรขึ้น นะครับ ว่า แท้ เป็น คอน

17
00:01:20,720 --> 00:01:23,660
เวอร์ เซ ชั่น นะครับ ที่ มักจะ 
ประกอบไปด้วย การ โต้ เถียง กัน 

18
00:01:23,670 --> 00:01:27,080
ว่าใคร ถูก และ ใคร ผิด น่ะครับ 
ประเทศ ที่สอง คือ บทสนทนา เรื่อง

19
00:01:27,090 --> 00:01:30,320
ความรู้สึก หรือ ฟิลลิ่ง 
คอร์ปอเรชั่น นะครับ ประเภท 

20
00:01:30,330 --> 00:01:34,520
ที่สาม คือ บทสนทนา ที่ ส่ง ผลต่อ
ตัวตน หรือ ก็คือ ไอ้ ตี้ คอน 

21
00:01:34,530 --> 00:01:38,210
เวอร์ เซ ชั่น ซึ่ง หาก พูด 
ออกไปแล้ว จะ ชัด อาจจะ ขัดแย้ง 

22
00:01:38,220 --> 00:01:42,490
กับ ตัวตน ของเรา เช่น เรา มองว่า
เราเป็น คนดี ใจดี แต่ถ้า พูด 

23
00:01:42,500 --> 00:01:45,980
เตือน คนอื่น ที่ ล้ำเส้น เรา อาจ
ถูก มอง ว่า ไม่ ใจดี อีกต่อไป 

24
00:01:46,950 --> 00:01:50,000
และ นี่ ก็คือ บทสนทนา ที่น่า 
หนักใจ ทั้ง สาม ประเภท ต่อ ให้ 

25
00:01:50,010 --> 00:01:54,960
เรา มา ดู ต่อ ไปเรา จะดู กันว่า 
ตัวของ การสื่อสาร ปัญหา เหล่านี้

26
00:01:54,970 --> 00:01:58,280
จะทำ อย่างไร ให้ ราบรื่น และก็ 
ไม่ ถูกใจ ทั้ง สองฝ่าย นะครับ 

27
00:01:59,500 --> 00:02:05,840
สาม จิต จัดการ กับบท สนทนา แบบ 
เกิด อะไรขึ้น นะ ผู้เขียน เชื่อ 

28
00:02:05,850 --> 00:02:09,060
ว่า บทสนทนา แบบ เรียนรู้ นะครับ 
เลิร์น นิ่ง คอร์ปอเรชั่น ซึ่ง 

29
00:02:09,070 --> 00:02:12,040
ผู้พูด และ ผู้ฟัง พยายามจะ 
หาทางออก ด้วยกัน โดย ไม่ เที่ยง 

30
00:02:12,050 --> 00:02:15,480
ไม่ โยน ความผิด ไม่ เงียบ ใส่ 
กัน คือ กุญแจ สู่ บท สนทนา 

31
00:02:15,490 --> 00:02:20,070
ที่ราบ รื่น นะครับ เรา มอง เรา 
ลอง มาใช้ กับ สถานการณ์ ของ บท 

32
00:02:20,080 --> 00:02:23,820
สนทนา ประเภท แรก ดู อันดับแรก 
นะครับ แทนที่ จะมองว่า อีกฝ่าย 

33
00:02:23,830 --> 00:02:27,380
ผิด หรือไม่ มีเหตุผล ลอง ตั้ง 
คำถาม ดูว่า ทำไม เขา ถึง คิด 

34
00:02:27,390 --> 00:02:30,900
เช่นนั้น ความสงสัย เหล่านี้ 
ทำให้เรา เข้าใจ อีก ว่า อีกฝ่าย 

35
00:02:30,910 --> 00:02:35,260
เพียงแค่ เห็นต่าง ได้เป็น ไม่ได้
เป็นศัตรู กับเรา แต่ อย่าง ใด 

36
00:02:35,650 --> 00:02:39,480
ต่อมา คือ อยาก ทัก ว่า อีกฝ่าย 
มี เจตนา ไม่ดี ให้ โฟกัส ที่ 

37
00:02:39,490 --> 00:02:43,150
การกระทำ ของเขา แทน ว่าเป็น 
อย่างไร จะดีกว่า และ ขั้นตอน 

38
00:02:43,160 --> 00:02:47,400
สุดท้าย ก็คือ เลิก โทษกัน และกัน
แต่ ให้ พยายาม หา คำตอบ ด้วย 

39
00:02:47,410 --> 00:02:52,420
กันว่า ทำไม เราถึง เถียง กัน 
จนเป็น เรื่อง ใหญ่โต และ เราจะ 

40
00:02:52,430 --> 00:02:56,300
แก้ปัญหา อย่างไร เพื่อให้ 
เดินหน้า ต่อไปได้ ทั้ง สองฝ่าย 

41
00:02:57,780 --> 00:03:01,290
สี่ นะครับ จัดการ กับบท สนทนา 
เกี่ยวกับ เรื่องของ ความรู้สึก 

42
00:03:01,300 --> 00:03:04,280
นะครับ สมมติ ว่าเรา กำลัง อยู่ 
ในช่วง ว่างงาน แล้ว กลับไป 

43
00:03:04,290 --> 00:03:08,830
อาศัยอยู่ ที่บ้าน กับ พ่อแม่ 
นะครับ อยาก พัก สัก หนึ่ง ถึง 

44
00:03:08,840 --> 00:03:12,650
สอง เดือน แต่ แม่ คอย บ่น ว่า 
ให้ รีบ หา งาน ทำ แล้ว รู้สึก 

45
00:03:12,660 --> 00:03:16,280
แย่แล้ว ก็ มองว่า แม้ กดดัน เรา 
แบบนี้ เป็นเพราะ อาย คนอื่น 

46
00:03:16,370 --> 00:03:20,540
นะครับ ผลที่ ตามมา คือ แม่เรา 
ทะเลาะกัน เสีย ทุกครั้ง นะครับ 

47
00:03:20,550 --> 00:03:23,640
แทน ที่เรา จะรีบ โต้ตอบ และ 
ลงเอย ด้วยการ ทะเลาะกัน 

48
00:03:23,650 --> 00:03:27,380
อันดับแรก ให้ สำรวจ ความรู้สึก 
ของตัวเอง ก่อน ว่ารู้สึก อย่างไร

49
00:03:27,390 --> 00:03:31,560
นะครับ เรา ที่ สอง ต่อมา ก็ คือ 
สำรวจ ความ คิดละ ว่า คิด ไป เอง 

50
00:03:31,570 --> 00:03:36,020
หรือ เปล่า เรา ทึกทัก ไปว่า แม่ 
อาย คนอื่น เพราะ ลึกๆ แล้ว แม่ 

51
00:03:36,030 --> 00:03:40,660
ก็ อาจจะ กดดัน ตัวเอง หรือเปล่า 
หาก ได้ คำตอบ แล้วว่า เหตุผล 

52
00:03:40,670 --> 00:03:43,900
ของแม่ คือ อะไร ลอง ถาม ตัวเอง 
ต่อว่า แล้ว รู้สึก อย่างไร ถ้า 

53
00:03:43,910 --> 00:03:49,090
แม่ คิดแบบ นั้น ท้ายสุด คือ บอก 
ความรู้สึก อย่างใจเย็น ไม่ว่า 

54
00:03:49,100 --> 00:03:54,390
เราจะ รู้สึก ดี หรือ แย่ แต่ 
อธิบาย ให้ อีกฝ่าย เข้าใจ ให้ 

55
00:03:54,400 --> 00:04:00,580
รู้สึกว่า ทำไม ถึงคิด แบบนั้น 
เพราะอะไร นะครับ แทนที่จะ ตอบว่า

56
00:04:02,190 --> 00:04:05,970
บอกว่า เข้าใจ ว่า แม่ เป็นห่วง 
แต่ ชอบ แต่ ไม่ชอบ เลยที่ ยก 

57
00:04:05,980 --> 00:04:10,530
เรื่องงาน มาพูด บ่อยๆ ผมรู้ สึก 
โกรธ และ กดดัน เพราะ การพูด ซ้ำ 

58
00:04:10,540 --> 00:04:14,610
ทำให้ รู้สึกว่า เหมือน คนไม่ เอา
ไหน บางที ปัญหา อาจ จะ คลี่คลาย 

59
00:04:14,620 --> 00:04:17,870
ลง โดย ไม่ ต้อง ทะเลาะ กันก็ 
เป็นไปได้ เช่นเดียวกัน ห้า 

60
00:04:17,880 --> 00:04:22,830
นะครับ จากการ กับ บท สนทนา ที่ 
ส่ง ผลต่อ ตัวตน เมื่อ พูดถึง 

61
00:04:22,870 --> 00:04:27,430
ว่าเรา เป็นใคร เรา มักจะ นิสสัน 
ตัดสิน ตัวเองอย่าง แน่ชัด เช่น 

62
00:04:27,440 --> 00:04:33,390
ใคร ยัน ขี้เกียจ เป็น มิตร ยิ่ง 
หรือ อะไรก็ แล้วแต่ นะครับ ให้ 

63
00:04:33,400 --> 00:04:37,540
ลอง จินตนาการ ถึง สถานการณ์ นี้ 
ดูว่า เรา มองว่า ตนเอง ใจเย็น 

64
00:04:37,550 --> 00:04:42,180
เรา ผูกพันธ์ กับ ตัวตน ด้านนี้ 
ของเรา มาก และ คนอื่น ก็ รับรู้ 

65
00:04:42,190 --> 00:04:45,560
ว่า ตัวตน ของเรา เป็น แบบ นั้น 
เรียก ได้ว่า หาก มีใคร ถาม 

66
00:04:45,570 --> 00:04:49,360
เพื่อน ในกลุ่ม ว่า ใคร ใจเย็น 
ที่สุด ทุกคนจะ ชี้ มาที่ เรา แต่

67
00:04:49,370 --> 00:04:54,120
อยู่มา วันหนึ่ง คือ อยู่ดี ก็ 
เห็น ว่า รูมเมท แอบ หยิบ ของเรา 

68
00:04:54,130 --> 00:04:58,070
ไปใช้ ใจ นึง เราก็ อยาก เตือน 
แล้ว ก็ ขอให้ เขา หยุด แต่ อีก 

69
00:04:58,080 --> 00:05:01,460
ใจ นึง ก็ รู้สึก ว่า หาก บอก ไป 
หล่อ นต้อง มองว่า ฉันเป็น คนใจ 

70
00:05:01,470 --> 00:05:05,600
ร้าย แน่เลย ซึ่ง ตรงข้าม กับ 
ตัวตน ของเรา แบบ สุดๆ เราเลย 

71
00:05:05,610 --> 00:05:09,310
เลือก ที่จะ เงียบ นะครับ เห็น 
หรือ ยังว่า นิยาม การ นิยาม 

72
00:05:09,320 --> 00:05:13,160
ตัวเอง อย่าง แน่ชัด อาจเป็น ปัญ 
หาได้ ดังนั้น ในการ ที่จะ สนทนา 

73
00:05:13,170 --> 00:05:18,110
บาง เรื่อง ที่ ท้าทาย ตัวตน 
ของเรา เราต้อง เลิก มอง ทุกอย่าง

74
00:05:18,120 --> 00:05:22,490
เป็น ขั้วตรงข้าม อย่าง ขาว กับ 
ดำ เสียก่อน อย่าง ในกรณี ตัว 

75
00:05:22,500 --> 00:05:26,750
อย่างที่ ยก ไป จริงๆ แล้วการ พูด
ออกไป ไม่ได้ ทำให้เรา มองว่า ถูก

76
00:05:26,760 --> 00:05:30,480
มอง ว่า เป็น คน ร้าย ซะที เดียว 
เรา เพียงแค่ รักษา ขอบเขต ของ 

77
00:05:30,490 --> 00:05:35,680
ตัวเอง ไม่ ให้ ใคร เอา มา 
เอาเปรียบ ต่างหาก นะครับ หก 

78
00:05:35,690 --> 00:05:39,660
นะครับ เล่า เรื่องจาก มุมมอง 
ที่สาม นอกจาก เทคนิค บท สนทนา 

79
00:05:39,670 --> 00:05:42,720
แบบ เรียนรู้ เลิร์น นิง คอน 
เวอร์ เซ ชั่น แล้ว นะ ที่ 

80
00:05:42,730 --> 00:05:46,620
ยกตัวอย่าง ไป อย่าง ด้านบน 
นะครับ ยัง มีอีก เทคนิค ที่จะ 

81
00:05:46,630 --> 00:05:49,780
ช่วยกัน คุย ให้ ราบรื่น มากขึ้น 
ซึ่ง เทคนิค นั้น ก็ คือ การ 

82
00:05:49,790 --> 00:05:53,560
เล่าเรื่อง มุม ที่สาม มุมมอง ที่
สาม นั่นเอง นะครับ บท สนทนา 

83
00:05:53,570 --> 00:05:57,500
ประเภท ว่า ฉัน ทำ แบบ นั้น ฉัน 
ทำ แบบ นี้ เออ ทำแบบนั้น 

84
00:05:57,510 --> 00:06:01,700
ทำแบบนี้ มีแต่ จะทำให้ อีกฝ่าย 
ขุ่นเคือง แต่ ถ้าเรา มอง ใช้ 

85
00:06:01,710 --> 00:06:05,620
เทคนิค เหล่านี้ จาก มุมมอง ของ 
บุคคล ที่สาม อย่าง นิยาม ของ 

86
00:06:05,630 --> 00:06:09,370
คำว่า สะอาด ของ เรา ต่างกัน หรือ
ความถี่ ในการ ล้าง จาน ของ เรา 

87
00:06:09,380 --> 00:06:13,960
ต่างกัน เมื่อ ประธาน ของ ประโยค 
ไม่ ใช่ ฉัน หรือ เธอ ทั้งคู่ 

88
00:06:13,970 --> 00:06:18,820
จะไม่ รู้สึก ว่า ถูก อีกฝ่าย ว่า
อยู่ จากนั้น ก็ ค่อย เรียนรู้ 

89
00:06:18,830 --> 00:06:22,880
ว่า ในส่วน ต่าง ของ แต่ละ 
อย่างมัน คืออะไร และจะ หาข้อ 

90
00:06:22,890 --> 00:06:28,110
ตกลง เป็นการ กลาง สำหรับ ทั้ง 
สองฝ่าย ได้อย่างไร นะครับ อันนี้

91
00:06:28,120 --> 00:06:32,170
เป็น ข้อมูลที่ น่าสนใจ สำหรับ 
ในการ หาข้อ ยุติ นะครับ 

92
00:06:32,500 --> 00:06:34,830
ความรู้สึก และ ความคิด ของเรา 
นั้น สำคัญ อย่า ปล่อยให้ 

93
00:06:34,840 --> 00:06:39,470
กลายเป็น แค่ เสียง เล็กๆ ในหัว 
เพียง เพราะ เรา ไม่ อยาก สนทนา 

94
00:06:39,480 --> 00:06:45,510
ใน เรื่อง ยาก นะครับ แนะนำให้ 
ลอง ไปอ่าน ใน วิธีการ จัดการ ใน 

95
00:06:45,520 --> 00:06:49,210
หนังสือ ดิจิทัล คอม มูนิเคชั่น 
และ นำไป ปรับใช้ ดีกว่า 

96
00:06:49,470 --> 00:06:52,910
ต่อจากนั้น ไม่ว่า บทสนทนา 
เรื่องใด ก็ จะ ราบรื่น มากขึ้น 

97
00:06:52,920 --> 00:06:57,470
แน่นอน นะครับ ก็ โอเค อันนี้ 
เป็น การสรุป ของทาง มิเชล มู 

98
00:06:57,480 --> 00:07:00,160
นะครับ แล้วก็ ผมกำลัง สรุป ยอด 
บางส่วน เพิ่มเติม ดังนั้น หาก 

99
00:07:00,170 --> 00:07:03,670
ใครที่ อยากได้ ตัว เต็ม นะครับ 
ให้ไป แนะนำ ไปอ่าน ที่ ตัวของ 

100
00:07:03,680 --> 00:07:07,390
เพจ เนชั่น ฉุน แทน จะดีกว่า 
นะครับ โอเค ส่วนนี้ ประมาณนี้ 

101
00:07:07,400 --> 00:07:35,060
ครับ ขอบคุณ ทุกท่าน สวัสดีครับ 
ต์ อ่ะ

