1
00:00:16,630 --> 00:00:19,310
สวัสดีครับ ก็ไม่ค่อยได้ครับผม 
สุเมธ จิตรภักดี 

2
00:00:19,310 --> 00:00:19,790
ประเด็นดําเนินรายการนะครับ 
ในส่วนนี้พิสูจน์ขอชิวชิว 

3
00:00:19,790 --> 00:00:20,550
security นะครับ 
วันนี้จะพูดถึงเรื่องของ 

4
00:00:20,550 --> 00:00:22,430
certificate และคนทํางานนะครับ 
คือจริงจริงแล้วต้องหัวข้อนี้มัน 

5
00:00:22,430 --> 00:00:22,990
ผมพูดบ่อยแล้วแหละ 
จริงจริงแล้วนะครับ 

6
00:00:22,990 --> 00:00:23,870
คือมันมีหลายส่วนมากเลยที่เคยพูดไปแล้วในประเด็นต่างต่างนะครับ
ซึ่งมันมีไม่กี่เรื่องหรอกนะครับที่

7
00:00:41,720 --> 00:00:42,240
เออ เป็นประเด็นนะครับ 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 

8
00:00:42,240 --> 00:00:43,320
การรับคนเข้าทํางาน การทํางาน 
แล้วก็รวมถึงเรื่องของในโปรเจ็คนั้นๆ

9
00:00:43,320 --> 00:00:45,040
มีเซอร์วิเคตจําเป็น ต้องมี 
certiate อันนั้นไหมนะครับ 

10
00:00:52,710 --> 00:00:53,150
ขอพูดเลยทีละประเด็นก่อนละกันนะครับ
ในเรื่องของประเด็นเรื่องของ 

11
00:00:53,150 --> 00:00:59,590
การรับคนเข้าทํางานก่อนนะครับ 
คือโดยปกติเนี่ย 

12
00:00:59,590 --> 00:01:00,310
เวลาที่เรารับคนเข้าทํางานเนี่ยปกติสิ่งนึงที่ผมมักจะทําก่อนเลยก็คือจอเดสคริปชันคือผมต้องหาก่อนว่าโอเค
ผมต้องการคนแบบไหนเข้ามาทํางานและให้เค้าเข้ามาทําอะไรนะครับ

13
00:01:00,310 --> 00:01:01,270
ดังนั้นเนี่ย 
การที่มีต่างต่างนะครับ 

14
00:01:01,430 --> 00:01:02,190
มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ผมเลยก็ได้ 
ถ้าคนคนนั้นไม่3ารถทํางานอย่างที่ผมต้องการได้นะครับ

15
00:01:25,710 --> 00:01:26,790
ยกตัวอย่างเช่นนะครับ 
ตัวของงานที่ผมจะรับเข้ามา 

16
00:01:27,150 --> 00:01:29,150
มาทําไออาร์ อินเซอร์เลส เอฟ 
ฟอนนะครับ 

17
00:01:29,150 --> 00:01:29,590
ผมก็คงไม่รับคนที่เป็นซีเอสเอฟซีเข้ามา
นะครับ 

18
00:01:29,590 --> 00:01:30,830
เพราะว่าคนที่ผมต้องการคือคนที่เป็นคนทําสิ่งได้
ไม่ใช่คนทํา strategy เออวาง my 

19
00:01:30,830 --> 00:01:32,030
store ให้กับลูกค้านะครับ 
หรือมาประเมินความเสี่ยงจากตัวของ

20
00:01:32,030 --> 00:01:34,030
internet นั้นๆนะครับ 
เพราะว่ามันคนละประเด็นกันเนอะ c 

21
00:01:34,030 --> 00:01:38,990
i s p มันควรเป็นเรื่องของ การวาง
criterity การทํา process ต่างๆ 

22
00:01:56,270 --> 00:01:56,790
ให้กับทางฝั่งของลูกค้ามากกว่านะครับ
ดังนั้นเนี่ย 

23
00:02:01,240 --> 00:02:01,760
อันนี้มองเป็นมุมมองของของผู้ให้บริการนะครับ
ไม่ได้ไปมองขององค์กรนะครับ 

24
00:02:01,760 --> 00:02:02,960
แต่ว่าถ้าองค์กรจะรับคนที่มีตัวของซีไอเอสพีเข้ามา
หรือไม่ก็ 

25
00:02:03,080 --> 00:02:04,200
นี่ก็แล้วแต่ครับว่าเค้าต้องการจะเอามาทําร้ายเค้าต้องการจะทําเป็นโพรเซส
เค้าต้องการทําอะไรนะครับ 

26
00:02:04,200 --> 00:02:04,800
ในในเชิงของเออ 
การวางแผนระบบหรือเปล่านะครับ 

27
00:02:25,270 --> 00:02:26,470
งั้นผมคิดว่าเรื่องของการรับงานจริงจริง
หลักหลักเลยเนี่ย 

28
00:02:26,470 --> 00:02:27,750
อาจจะเป็นเรื่องของ 
การดูส่วนของคนว่าเหมาะกับงานนั้นมั้ยนะครับ

29
00:02:27,790 --> 00:02:28,870
เช่นเดียวกันในเรื่องของตัว 
certificate ที่เป็นลักษณะของเออ 

30
00:02:28,870 --> 00:02:33,790
one หรือตัวของ stock l one 
นะครับ ของทางฝั่ง 

31
00:02:45,520 --> 00:02:48,430
Try act มียกตัวอย่างนะครับ 
ก็ไม่ใช่ว่าจะผ่านทดลองงานของทางผมซะที

32
00:02:48,430 --> 00:02:48,870
เดียวนะครับ 
คือฝั่งผมเองเนี่ยผมทําเป็นลักษณะของ

33
00:02:48,870 --> 00:02:51,870
poble team คือต้อง attack 
ได้แล้วก็ทํา defensive ได้นะครับ

34
00:02:52,230 --> 00:02:53,910
ดังนั้นเนี่ย มันต้องเข้าใจทั้ง 2
ฝั่งนะครับ 

35
00:02:53,910 --> 00:02:55,270
แต่ทางฝั่งของผู้ถือว่ากับตัวของเออสักเทียร์หนึ่งของตัว
trip me อะไรก็แล้วแต่นะครับ 

36
00:03:10,910 --> 00:03:11,630
ก็จะเน้นไปที่เจ้าของ 
differentive เนาะ 

37
00:03:11,630 --> 00:03:12,710
ซึ่งมันอาจจะไม่ตอบโจทย์ทางทางผมก็ได้ถูกมั้ยครับ
ดังนั้นเนี่ย ถ้าทราบใดก็แล้วแต่ 

38
00:03:19,630 --> 00:03:20,710
ตัวของคนที่มีเซอร์เขียนนั้นนั้นเข้ามาทดลองงานแล้วเค้าดําเนินการทดลองแล้วมันไม่ผ่านตามมาตรฐานตามสโคปที่ผมกําหนด
สุดท้ายเค้าก็ไม่ผ่านอยู่ดี 

39
00:03:33,390 --> 00:03:33,870
ซึ่งมันก็คงต้องบอกลากันต่อให้เค้าเค้ามี
certificate 

40
00:03:33,870 --> 00:03:34,470
เยอะแค่ไหนก็แล้วแต่นะครับ 
เพราะสุดท้ายถ้าสมมติว่าฟังก์ชันงานที่อยากได้มันไม่ตรงกับที่ต้องการก็คงไม่สามารถที่จะไปต่อได้นะครับ

41
00:03:46,710 --> 00:03:47,350
เด๋อแบบนี้นะครับ 
จริงจริงแล้วเนี่ย 

42
00:03:47,350 --> 00:03:51,760
ถ้าพูดตามตรงก็คือ 
การทําการจะผ่านตัวของการทดลองงานขององค์กร

43
00:03:51,760 --> 00:03:52,480
แต่ละองค์กรก็น่าจะต้องมีเรื่องของ
การประเมินการทดลองงาน 

44
00:03:52,480 --> 00:03:54,200
ซึ่งแต่ละองค์กรก็จะมีการประเมินการทดลองงานที่แตกต่างกันนะครับ
ดังนั้นถ้าพูดดํารงในส่วนนี้ก็เป็นอีกไม้หนึ่งนะครับ

45
00:03:54,200 --> 00:03:55,640
เป็นอีกขั้นตอนที่ 2 นะครับ 
ในการที่จะวัดคนว่าคนคนนั้นจะร่วมกับองค์กรหรือไม่

46
00:03:55,640 --> 00:03:56,480
คือไอ้ตัว 
ส่วนที่หนึ่งก็คือเรื่องของ 

47
00:03:56,480 --> 00:03:58,080
cตุate 
นั้นเหมาะกับตัวงานนั้นหรือไม่ 

48
00:03:58,080 --> 00:04:22,110
หรือตัวของ requirement 
นั้นนะครับ เหมาะกับตัวของงาน 

49
00:04:22,110 --> 00:04:22,710
หรือว่าคนที่เราต้องการหาหรือไม่พื้นที่2
คือการที่โอเคนอกเหนือจากแค่เค้ามีเค้าน่าจะมีความ3ารถตามที่เรากําหนดแล้วก็ต้องดูด้วยว่าเค้าทํางานจริงได้แค่ไหนเค้าทําสามารถทําในส่วนที่เราต้องการจริงๆได้มั้ย

50
00:04:22,710 --> 00:04:24,030
นั่นคือสเต็ปที่2 ถูกมั้ยครับ 
ดังนั้นเนี่ย 

51
00:04:42,950 --> 00:04:43,590
ถ้าสเต็ปที่หนึ่งผ่านแต่มาตกที่สเต็ปที่
2 มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน 

52
00:04:43,590 --> 00:04:44,070
สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับองค์กรว่าจะรับใครเข้ามา
แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรนั้นนั้นเนี่ย

53
00:04:44,070 --> 00:04:44,630
ต้องการให้คนนั้นเข้าไปทําอะไรให้กับองค์กร
สุดท้ายก็คือทดลองงานแล้วมันผ่านเกณฑ์ขององค์กรนั้นนั้นหรือไม่มากกว่านะครับ

54
00:04:44,630 --> 00:04:46,470
ในเรื่องของการรับคนนะครับ วันที่
2 ที่ตามมาคือคนที่มี certificate

55
00:05:08,950 --> 00:05:10,510
มีความ 3 
ารถและทํางานได้ดีมากมากหรือไม่นะครับ

56
00:05:10,510 --> 00:05:11,790
ในหลายครั้งเองผมทํางานร่วมกับองค์กรหลายๆองค์กร
เพราะด้วยความที่เป็น 

57
00:05:11,790 --> 00:05:13,470
เอิ่มคอนซัลอ่ะนะครับ 
แล้วก็เป็นทางฝั่งของซีเคียวริตี้

58
00:05:13,470 --> 00:05:14,870
เอ่อ ที่เป็นสต็อกเอยด้วยนะครับ 
อ่า 

59
00:05:14,870 --> 00:05:15,190
หรือแม้กระทั่งเรื่องของเรียนว่าแฟนก็ตามนะครับ
เราก็ต้องร่วมตรวจสอบในหลายหลายส่วนให้กับลูกค้านะครับ

60
00:05:15,190 --> 00:05:15,790
บางพาร์ทนึงคือผมก็เจอในเรื่องของการที่ว่าคนที่สอบเซอร์นู่นนี่นั่นมาแหละ
แล้วทํางานตําแหน่งต่างๆ 

61
00:05:39,950 --> 00:05:41,030
มันก็ไม่ได้ออกมาดีสักเท่าไหร่หรือไม่เข้าใจตัวงานจริงจริงนะครับ
ยกตัวอย่างเช่นเนี่ย บางคนสอบ c h

62
00:05:41,030 --> 00:05:44,470
ผ่าน plants พาดผ่านนะครับ แต่ผล 
pentest report ที่ส่งมาให้ว่า 

63
00:05:44,470 --> 00:05:56,840
เอ้ย เนี่ยตัวของของ 
เซิร์ฟเวอร์นั้นนั้นหรือ 

64
00:05:56,840 --> 00:05:59,200
application นั้นๆ ผ่านการ 
painted ได้รึยัง 

65
00:05:59,200 --> 00:05:59,720
ก่อนขึ้นขึ้นเออเป็น production 
นะครับ 

66
00:06:03,990 --> 00:06:07,830
กลับกลายเป็นว่าเค้าส่งผลวีเอรีพอร์ตมาให้
คือในตัวของของวีไอตัวดี 

67
00:06:07,830 --> 00:06:09,190
พอร์ตที่เค้าส่งมาโอเคมันคงไม่ใช่เป็นแบบของเน็กทรัสต์เลยของของราบิเซเว่นเลยในการที่จะสแกนออกมา
นะครับ 

68
00:06:09,190 --> 00:06:09,950
แต่ว่ามันก็คือเป็นเป็นในฟอร์มฟอร์แมตของคล้ายกับการทํางาน
เออเบนเทเอสแหละ แต่ว่า 

69
00:06:09,950 --> 00:06:10,270
พอเราเข้าไปอ่านเนื้อหาแล้วอ่ะ 
ไม่ใช่มันไม่ใช่มันไม่ใช่การ 

70
00:06:10,270 --> 00:06:11,470
validation ตัวของของ valuaity 
เลยนะครับ 

71
00:06:35,510 --> 00:06:37,110
ดังนั้นมันก็เลยกลายเป็นประเด็นที่ตามมาว่า
เอ้ย ถ้าอ ย่างเงี้ย 

72
00:06:40,470 --> 00:06:41,110
ผลรีพอร์ตมันก็ไม่ถูกต้องคุณไม่ได้ทํา
valuation 

73
00:06:41,110 --> 00:06:41,630
เลยคุณไม่ได้ดูเลยว่าผลกระทบจริงๆที่เกิดขึ้นเป็นยังไง
คุณเอาผลของแพนเทสต์มาใส่เลยว่าตัวผลกระทบตรงนั้นเป็นประมาณไหนเท่าไหร่

74
00:06:41,630 --> 00:06:43,510
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ 
จริงๆควรจะต้องตรวจสอบลึกลงไปด้วย

75
00:06:43,510 --> 00:06:43,710
ว่าแล้วการทดสอบจากระบบจริงๆแล้วเนี่ยเข้าไปได้แค่ไหน
อย่างไรนะครับ 

76
00:07:02,190 --> 00:07:02,550
ซึ่งในจุดนี้ก็เช่นเดียวกันครับ 
การทํางานในพาร์ทนี้ผมมองว่ามันไม่ถูกต้องคือคุณบอกว่าคุณทําเป็นเทส

77
00:07:02,550 --> 00:07:03,230
แต่คุณส่งผลวีเอมาให้เนี่ยอะ 
ถ้าพูดตรงตรงคือผมเอ็กเซอร์เรชั่นไปที่ตัวของรีเลเวลให้เค้าตรวจสอบเลยว่า

78
00:07:03,230 --> 00:07:04,110
เฮ้ย 
คนคนนี้เค้าทํางานแบบนี้มาตลอดเลยหรอ

79
00:07:04,110 --> 00:07:05,430
หรือเวนเดอร์ 
เจ้าเจ้านี้ทํางานแบบนี้จริงจริงใช่ไหม

80
00:07:26,680 --> 00:07:32,300
อันนี้รีพอร์ตนี้เหมาะสมจริงจริงรึเปล่านะครับ
หรืออีกส่วนหนึ่งครับ ก็คือคนผ่าน

81
00:07:32,300 --> 00:07:33,100
แต่พอจะจริงจริง พอ 
ทําอนาซิกซ์จริงจริงกลับ 

82
00:07:33,100 --> 00:07:35,260
ไม่รู้เลยว่า จะต้องเริ่มที่ไหน 
คือไม่เข้าใจเลยว่า 

83
00:07:35,460 --> 00:07:37,140
จะต้องไปเริ่มเอาหลักฐานอะไร 
มาทํางานในสิ่งนู่นนี่นั่นนะครับ 

84
00:07:37,340 --> 00:07:53,190
ซึ่งอันนี้ก็จะเห็นว่าตัวของเซอร์ติเค็มมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
คือ สุดท้าย แล้ว บางครั้ง 

85
00:07:53,270 --> 00:07:56,350
ขึ้นอยู่กับ เรื่องของ 
ประสบการ ณ ์ มากกว่า นะ ครับ ว่า

86
00:07:56,750 --> 00:07:59,510
คนคนนั้น มีประสบการณ์ ในการ 
ทํางาน นั้นนั้น มาก น้อย แค่ไหน 

87
00:07:59,790 --> 00:08:04,230
และการ ทํางาน นั้นนั้น มัน 
ต้องใช้ สกิล อะไร นะ ครับ 

88
00:08:04,990 --> 00:08:09,950
สุดท้าย ก็เลย กลาย เป็น ว่า 
บางครั้ง บาง คนมี certificate 

89
00:08:10,590 --> 00:08:15,190
แต่ก็ ไม่ได้ บ่งชี้ หรือ ไม่ได้ 
บ่งบอกว่า เขาจะ ทํางาน ได้ดี 

90
00:08:16,890 --> 00:08:19,170
คนที่ไม่มี certificate 
อาจทํางานได้ดีกว่าหลายเท่าก็เป็นไปได้

91
00:08:19,370 --> 00:08:19,690
เพราะด้วยความที่เค้ามีประสบการณ์
และเขาทราบถึงบริบทของการทํางานที่ถูกต้องจริงๆนะครับ

92
00:08:31,510 --> 00:08:34,429
นี้คือเรื่องที่ 2 เรื่องที่ 3 
ที่ตามมา 

93
00:08:34,429 --> 00:08:35,990
ก็คือแล้วการเข้าโปรเจคต่างต่างเนี่ย
จําเป็นจะต้องมีเซอร์พิเครตตัวไหนอะ

94
00:08:35,990 --> 00:08:45,070
ถ้าพูดตรงตรงคือถ้าสมมุติว่า 
เป็นเซอร์ติเคทสาย Management 

95
00:08:45,070 --> 00:08:49,350
นะครับ ใช่ใช่ตัวของ c s p นะครับ
มันไม่จําเป็นที่จะต้องเอามาเข้าตัวของ

96
00:08:49,390 --> 00:08:56,070
project ตัวที่เป็นพาส เพนเทส 
หรือ ซีเรส ฟอนต์เลยแต่กลับกัน 

97
00:08:56,070 --> 00:09:03,800
ถ้าคุณต้องการจะวางโครงสร้างวางมาตรฐาน
ให้ให้เป็นไปตามมาตรฐานต่างต่าง 

98
00:09:03,800 --> 00:09:05,240
หรือพยายามมองเป็นการพัฒนาองค์กรในเชิงของนะครับ
แบบระยะไกลเนี่ย เอ้ย 

99
00:09:05,240 --> 00:09:13,800
ผมว่าเหมาะในเรื่องของ c i s p 
นะครับ แต่กลับกัน ถ้าเรา c s f p

100
00:09:13,800 --> 00:09:15,200
เนี่ยไปใส่ในตัวของ project 
ที่มันเป็นลักษณะของ pent test 

101
00:09:15,200 --> 00:09:15,880
หรือ ecoswant 
คําถามคือคนคนที่เค้าไปทําอะไรอะครับ

102
00:09:27,100 --> 00:09:30,650
ปกติเขาไปทําอะไรในโปรเจคครับ 
ถ้าคนคนนี้เข้าไปในตอนท้ายสุดของโปรเจคก็คือแค่เข้าไปอ่านผลของโปรเจคนั้นๆนะครับ

103
00:09:30,650 --> 00:09:31,410
ซึ่งพูดตามตรงก็คือมันมันจําเป็นหรือไม่นะครับ
เพราะว่า 

104
00:09:31,410 --> 00:09:32,410
การที่ตัวของเพนเทสเตอร์เวลาเขาทําตัวของรีพอร์ตทรงเนี่ยจริงๆแล้ว
โดยปกติมันจะมีเรื่องของเอ็กซเรย์

105
00:09:32,410 --> 00:09:33,090
ซัมมาลี่มีเรื่องของการทําเรื่องไพรออริตี้นะครับในการฟิกซ์ช่องโหว่
ต่างๆ 

106
00:09:55,120 --> 00:09:55,600
แล้วก็รวมถึงเรื่องของวิธีการในการฟิกช่องโหว่อยู่แล้วนะครับ
คําถามคือ 

107
00:09:55,840 --> 00:10:05,640
ซีไอเอสพีเข้าไปทําอะไรครับ 
เข้าไปอธิบายมุมมอง มีมีคนเถียงมา

108
00:10:05,640 --> 00:10:06,520
นะครับ 
มีคนแย้งมาว่าโอเคเข้าเข้าไปอธิบายมุมมองของของ

109
00:10:06,520 --> 00:10:07,880
เออลิสต์ ความเ 4 
ยงให้กับตัวขององค์กร คําถามผมคือ

110
00:10:07,880 --> 00:10:08,400
อ้าว 
แล้วตัวของเป็นเพลงรีพอร์ตมันไม่ได้บอกอยู่แล้วหรอกครับว่าความเ

111
00:10:08,400 --> 00:10:21,360
4 ยงคืออะไร 
ถ้าเป็นเฮดรีพอร์ตนั้นมันไม่มีหวังความเ4

112
00:10:21,400 --> 00:10:26,430
ยงอยู่แล้ว ความงั้นตัวของเพนเฮด 
Predictor 

113
00:10:26,470 --> 00:10:31,310
นั้นมันไม่มีมาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็นอยู่แล้วรึเปล่า
คุณควรจะติงกลับไปไหม 

114
00:10:31,310 --> 00:10:31,990
สมมุตินะครับ เป็นเวนเดอร์นะ 
ถ้าเป็นเวนเดอร์นะ 

115
00:10:35,830 --> 00:10:36,310
คุณควรจะติงกลับไปไหมว่าเออ 
ตัวของเวนเดอร์รบกวนช่วยทําการประเมินเป็นลักษณะของลิสต์เป็นความเ

116
00:10:36,310 --> 00:10:37,230
4 ยงกลับมาแล้ว 
วางแผนในการช่วยแก้ไขหน่อยว่าควรจะต้องทําอะไรบ้าง

117
00:10:37,830 --> 00:10:53,990
1234 
ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นมั้ยครับ 

118
00:10:53,990 --> 00:10:58,670
ทําไมต้องเสียผีเข้ามาในโปรเจ็คครับ
เสียภาษีเข้ามาในโปรเจกต์คือเพื่อให้ให้ให้คุยในภาษาเดียวกันหรอครับ

119
00:10:58,670 --> 00:11:01,430
ว่า เออ ชั้นต้องการความเ 4 ยง 
แล้วตัวของเพนเซ็ตเตอร์เค้าไม่เข้าใจความเ

120
00:11:01,430 --> 00:11:10,510
4 ยงตรงไหนหรอกครับ 
ปกติมาตรฐานในเรื่องของการสอบซูซิเคท

121
00:11:10,510 --> 00:11:12,550
ต่างต่าง เช่น โอเอสซีพี 
เช่นตัวของ เอิ่ม ซีพีเอฟ 

122
00:11:12,550 --> 00:11:12,990
เอหรืออะไรก็แล้วแต่ 
สิ่งที่มีการพูดถึงคือการประเมินความเ

123
00:11:12,990 --> 00:11:14,630
4 ยง 
คือเรื่องเรื่องของลิสต์เมเนจเม้นท์ลิกแอฟเล่นเรียก

124
00:11:14,630 --> 00:11:30,030
assetment แล้วก็รวมถึง 
อ่า 

125
00:11:30,030 --> 00:11:31,870
เรื่องของเออการใช้เครื่องมือในการคํานวนความเ
4 ยงอยู่แล้ว 

126
00:11:31,870 --> 00:11:34,630
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ c score 
หรือโยนตัวของโอวาทเองก็ตาม 

127
00:11:34,630 --> 00:11:45,020
คําถามผมคือ ตัวของเพนเทเซอร์ 
ทําแตกต่างจากคนที่ถือซีเอสพียังไง

128
00:11:51,290 --> 00:11:53,650
ดังนั้น c s p ไม่ใช่ certiate 
ที่โคฟเวอร์ทั้งจักรวาลนะครับ 

129
00:11:56,950 --> 00:11:58,830
เช่นเดียวกันเนาะ โปรเจคลักษณะ 
ของตัว interest bond นะครับ 

130
00:11:58,830 --> 00:12:00,230
interest front 
เองเนี่ยถ้าเราพูดถึงก็คือจริงจริงแล้วเนี่ย

131
00:12:00,510 --> 00:12:02,870
interest front หนักกว่า fan 
discer นะ เพราะว่าจริงจริง 

132
00:12:02,870 --> 00:12:04,230
interest front 
คือต้องเข้าใจความเ 4 

133
00:12:04,230 --> 00:12:06,590
ยงจริงจริงว่า โอเค 
ฉันมีฉันถูกโจมตี ฉันมีความเ 4 

134
00:12:06,590 --> 00:12:07,750
ยงแก้ไขอะไรยังไงบ้าง 
จริงๆแล้วอ่ะ ถ้ามองตามตรงคือ 

135
00:12:07,750 --> 00:12:08,870
sayer p เนี่ย 
อาจจะเหมาะกับตัวของไออาร์มากกว่ามากกว่าก็ได้

136
00:12:08,870 --> 00:12:27,710
แต่ก็พูดตรงตรงอีกเช่นเดียวกันว่าไม่จําเป็นครับ
ก็จะมีเรื่องของมีเรื่องของการประเมินความเ

137
00:12:27,710 --> 00:12:29,510
4 ยงอยู่ในนั้นเช่นเดียวกัน 
คําถามผมคือ 

138
00:12:29,510 --> 00:12:37,310
เอสเอฟพีเข้าไปทําไมในจุดนั้น 
ดังนั้นผมคิดว่าในการเข้าโปรเจ็คเองก็ไม่จําเป็น

139
00:12:37,310 --> 00:12:44,590
เช่นเดียวกันว่าจะต้องมีเข้าไป 
ย้อนกลับมาในตอนแรกสุดเลยครับ 

140
00:12:44,590 --> 00:12:49,190
เราต้องการคนทํางานประเภทไหนครับ 
คือเราสร้างโปรเจคขึ้นมาโปรเจคนึง

141
00:12:52,200 --> 00:12:54,320
หรือมี job description defition 
ขึ้นมา 

142
00:12:56,200 --> 00:13:02,540
เราจําเป็นจะต้องเอาคนเทสสีเข้าไปจริงๆหรอ
คนเหมาะกับงานที่เราต้องการหรือไม่ลองคิดให้รอบด้านนะครับ

143
00:13:08,270 --> 00:13:09,270
จะเห็นว่าจริงๆแล้วเนี่ย 
มันไม่จําเป็นหรอก 

144
00:13:09,270 --> 00:13:10,710
เพราะว่าในแต่ละ cervicate เนี่ย 
เขาก็จะมีความเกี่ยวโยงหรือมันจะมีเรื่องของ

145
00:13:10,910 --> 00:13:11,670
overlap 
กันอยู่แล้วในเนื้อหาบางส่วน 

146
00:13:11,670 --> 00:13:12,830
ซึ่งมันจะเหมาะในเรื่องงานนั้นนั้นอยู่แล้วนะครับ
ดังนั้นไม่จําเป็น ต้องเอา 

147
00:13:12,830 --> 00:13:15,030
surprise อื่ นมา cover ครับ 
มันมันไม่จําเป็น 

148
00:13:15,030 --> 00:13:33,360
เลยมันมันไม่มีสาระสําคัญใดใดที่จะเอามาใช้แบบนั้นนะครับ
แต่เช่นเดียวกันครับ ถ้าเรามอง 

149
00:13:36,440 --> 00:13:37,280
องค์กรว่าองค์กรที่ชื่อว่า 
ประเทศไทยนะครับ ต้องการคนที่ 

150
00:13:41,870 --> 00:13:43,910
พีเอสเอฟทีมั้ย 
ผมก็ต้องบอกตามตรงว่ามีจําเป็นมากมากนะครับ

151
00:13:49,110 --> 00:13:52,470
แต่มันก็ไม่ใช่แค่เอสพีไง 
เพราะเราไม่ได้ต้องการแก้ตัวของคน

152
00:13:52,470 --> 00:13:53,270
management criversecurity 
management 

153
00:13:53,270 --> 00:13:58,670
เราต้องการคนมาทําเป็นเทคให้คนเราต้องมาให้คนทํา
a i r g r c implement warf 

154
00:14:04,310 --> 00:14:06,470
ทั้งหมดเลย ดังนั้นเนี่ย 
แต่ละสายงานมี certiate 

155
00:14:07,070 --> 00:14:13,850
ที่แตกต่างกันอยู่แล้ว 
ดังนั้นมันไม่ใช่แค่ตัวของ c s p 

156
00:14:13,850 --> 00:14:14,250
ครับที่เราต้องการเพื่อจะเพิ่มศักยภาพในเรื่องของ
cyber security 

157
00:14:14,250 --> 00:14:18,450
ให้กับประเทศคนที่ต้องทํา i r 
คือตัวของผู้ bruthiver one c d s

158
00:14:18,450 --> 00:14:19,490
a หรืออะไรก็แล้วแต่ 
โอดีเอสเอเข้าไปหรือตัวของเออเพนเทส

159
00:14:20,250 --> 00:14:21,890
โอเอสซีพี เอิ่ม อีซีบีที 
หรืออะไรก็แล้วแต่ 

160
00:14:22,090 --> 00:14:41,120
เราก็ต้องการเช่นเดียวกันครับไม่ไม่ใช่ว่าเราเราไม่ต้องการครับ
คือ certificate 

161
00:14:41,120 --> 00:14:48,330
ทุกตัวมีผมพูดเสมอเนาะ การ 
สอดแทรก สําคัญ ไม่ใช่แค่ เรื่อง 

162
00:14:48,330 --> 00:14:54,490
ของการ สอบ คือ การสอบ มันคือ 
โอเค ถ้าคุ ณ ผ่าน ก็ดี นะ ครับ 

163
00:14:54,810 --> 00:14:59,450
แต่สิ่ง ที่สําคัญ มากก ว่าคือ 
ระหว่าง การสอบ อะ คือ หมาย 

164
00:14:59,450 --> 00:15:03,250
ถึง ว่า คุณได้ เรียน รู้อะไร 
กับการ เรียนรู้ soluct นั้นๆ 

165
00:15:03,890 --> 00:15:07,370
คุณได้ เรียน รู้อะไร มาแล้ว 
รึยัง ถ้า คุณได้ เรียน รู้แล้ว 

166
00:15:07,370 --> 00:15:09,770
เฮ้ย นั่นคือ จุดสําคัญ มากกว่า 
นั่นคือ ประสบการ ณ ์ ที่ ผมอยาก 

167
00:15:10,090 --> 00:15:12,610
อยาก จะได้ จากคน คนนั้น ด้วย 
มากกว่า นะ ครับ 

168
00:15:13,910 --> 00:15:15,510
คือถ้าเราต้องการคนทําเป็นเทสแต่คุณไปรับ
c s p มาเป็นล้านคน 

169
00:15:15,510 --> 00:15:16,310
มันก็ทํางานเป็น test 
ออกมามันจะออกมาดีไหม 

170
00:15:22,030 --> 00:15:23,990
ถ้าคุณต้องการทําเรื่องของ cyber 
security strategy สําหรับ 6 

171
00:15:23,990 --> 00:15:27,390
เดือนหนึ่งปีปีครึ่ง 2 ปี 
มาวางแผนตั้งแต่ process 

172
00:15:27,390 --> 00:15:29,830
ยันเรื่องของ experition policy 
ต่างๆ หรือแม้กระทั่งแผนการทํางาน

173
00:15:29,830 --> 00:15:31,470
process การทํางานร่วมกัน 
collation ต่างๆ 

174
00:15:38,590 --> 00:15:44,590
ถ้าคุณเอาทําเอาเอาคนมาเป็น o s c
p มาทําเป็นล้านๆคนเลย Process 

175
00:15:44,590 --> 00:15:46,750
มันจะออกมาเป็นยังไง policy 
มันจะเป็นยังไง มันจะ cover 

176
00:15:46,750 --> 00:15:52,670
ส่วนของ business ไหมหรือยังไง 
ทั้งหมดตรงนี้อะครับ 

177
00:15:52,670 --> 00:15:53,070
มันต้องเป็นการบาลานซ์กัน 
เราไม่ได้มาต้องการแค่ว่าเห้ยฉันต้องมีเอ้ย

178
00:15:53,070 --> 00:15:54,310
ฟรีเอสพีหนึ่งล้านล้านคนฉันต้องการโอเอสซีพีจํานวนล้านล้านคนไม่ใช่ครับ
แล้วต้องการทั้งซีเอสซีพีและโอเอสซีพีครับ

179
00:15:54,310 --> 00:15:54,870
แต่ในส่วนไหนมากกว่ากันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการคนประเภทไหนมาทํางานในเรื่องนั้นมา
กกว่ากันมา กกว่านะครับ 

180
00:16:17,360 --> 00:16:22,310
ดังนั้นมันไม่เกี่ยวว่าจะต้องไปซีเอสพีตัวนั้นเท่านั้น
ไม่ใช่เลย 

181
00:16:25,080 --> 00:16:26,160
ขึ้นอยู่กับว่าในวันนั้นในจุดนั้นเราต้องการคนแบบไหนเข้ามาทํางานอะไร
มากกว่ากันนะครับ 

182
00:16:35,670 --> 00:16:36,350
ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ครับ 
อย่างที่ผมเน้นย้ําเลยคือองค์กรที่ชื่อว่าประเทศไทยเนี่ยยังขาดคนสิ่งที่อีกมากมายในอีโคซิสเต็มส์นี้นะครับ

183
00:16:36,350 --> 00:16:37,150
ไม่ว่าจะสายไหนก็ได้หมดแหละนะครับ
จะเป็นเพลย์เทสก็ดี devensive 

184
00:16:37,150 --> 00:16:38,190
ก็ดี ออดิทเตอร์ก็ดีได้หมดเลย 
ขอแค่ให้เพิ่มเถอะ 

185
00:16:54,990 --> 00:16:57,190
นะ ดังนั้น ขอฝากไปว่าจริงๆแล้ว 
certifate 

186
00:16:57,190 --> 00:16:57,830
มันไม่ได้บ่งชี้อะไรขนาดนั้นหรอก 
สุดท้ายแล้วเราเราต้องการอะไรกันแน่

187
00:16:57,830 --> 00:16:58,830
ต้องลองวิเคราะห์กันให้ดีนะครับ 
เพื่อจะได้หาสิ่งที่ตอบโจทย์ที่เราต้องการจริงๆ

188
00:17:15,510 --> 00:17:16,230
ขอบคุณทุกท่านติดตามสําหรับวันนี้ลากันไปก่อน
สวัสดีครับ

