1
00:00:16,370 --> 00:01:03,680
สวัสดีครับกลับมาอีกครั้งก็ชิลๆซิตี้บายเซเก้กาวนะครับผมสุเมธจิตภักดีบดินทร์ดำเนินรายการนะครับแอบโซนี้จะพูดถึงเรื่องของตัวถ้าเราเป็นมนุษย์เป็ดจะทำยังไงดีอันนี้เป็นข้อคิดจากทางน้องก้อยนะครับอัชพรนะครับจากตัวเพจไปให้ถึงร้อยล้านนะครับเขาก็พูดถึงเรื่องประเด็นว่าเอ้ยตอนนี้เราไม่เก่งสักเรื่องเลยแล้วเราจะทำยังไงดีนะครับเขาก็ข้อคิดของน้องก้อยเนี่ยก็พูดถึงในเรื่องของที่ว่าถ้าตอนนี้ยังไม่เก่งสักเรื่องหญิงต้องร้องไห้มากขึ้นต่อให้เจอทางล้มเหลวก็ได้รู้ว่าทางนี้ผิด
จะได้ไปต่อทางอื่นใดนะครับคือหนังน้องก้อยเขาให้สัมภาษณ์กับทางเพจตัวของไปถึงร้อยล้านนะครับเเล้วก็พูดถึงในเรื่องของประเด็นที่ว่าถ้าเราเป็นเป็ดแล้วจะทำยังไงดีนะครับ

2
00:01:04,440 --> 00:01:12,650
ทางน้องก้อยก็พูดถึงในประเด็นนี้ว่าโดยนิสัยหลักๆที่ใช้พาตัวเองจากคนไม่เก่งมาถึงวันนี้ได้ก็คือ
หนึ่ง คิดวิเคราะห์ให้เป็น 

3
00:01:13,540 --> 00:02:00,180
ทางน้องก้อยยกตัวอย่างข้อสอบอัตนัยตอนเรียนมหาลัยเค้ามีมาให้เป็นเพียงแค่กระดาษเปล่าโล่งโล่งถ้าเป็นคนที่แค่อ่านแล้วจำไปสอบก็อาจจะไม่ผ่านนะครับอาจจะตายได้เพราะว่ามันไม่มีช่องให้กานะครับดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำคือตั้งคำถามให้ลึกเข้าไปถึงแก่นของเนื้อหาเขียนบรรยายออกมาเป็นความรู้ของตัวเองคำตอบอาจไม่ได้ถูกทั้งหมดแต่ถ้ามันถูกหลักการก็ได้คะแนนพอจบมหาลัยก็มาพบว่าโลกของการทำงานก็เหมือนกันคนที่เก่งแบบจำได้หมดทุกอย่างแล้วก็เข้าไปกายเหมือนกันทำข้อสอบปรนัยเค้าเก่งจิงๆและแต่ไม่เท่าไหร่นะครับที่น่าสนใจกว่าคือคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ในทุกสิ่งที่เห็นเพราะในโลกการทำงานไม่มีใครเอาคำตอบ
ที่มาบอกเรานะครับเราต้องหามันเองแล้วก็เขียนมันเองนะครับ

4
00:02:01,430 --> 00:02:43,410
สอง 
ทำงานในแบบของตัวเองการทำทุกอย่างที่เห็นและก็เรียกเรียนรู้ทุกอย่างเป็นเรื่องดีแต่มันไม่มีใครหรอกที่จะทำให้ได้เพอร์เฟคไปหมดทุกเรื่องยอมรับความไม่ถนัดของตัวเองแล้วใช้มันพุ่งเข้าหาทุกโอกาสแทนอย่างตอนที่เขียนซีรีส์นะครับน้องก้อยได้พูดถึงว่าตัวเองรู้ตัวดีว่าไม่ถนัดด้านนี้สิ่งที่ทำเลยกลายเป็นว่าพยายามเขียนให้โดนใจผู้กำกับมากที่สุดซึ่งผลตอบรับออกมาไม่ดีเพราะมันไม่ใช่ตัวตนของเราพอกลับมาแก้ไขใหม่จึงตั้งเป้าหมายในเรื่องของการเขียนเนื้อหาใหม่เปลี่ยนเป็นว่าจะเขียนยังไงออกมาให้ตัวเองชอบและรักเรื่องนี้ที่สุดรอบนี้กลายเป็นว่าผลตอบรับค่อนข้างดีมาก

5
00:02:43,690 --> 00:02:48,640
เพราะบทที่เขียนมันกลายเป็นลายเซ็นของเราที่คนจดจำ
3 

6
00:02:48,650 --> 00:03:12,710
ทำทุกอย่างให้ล้มเหลวแล้วเลือกแค่อย่างเดียวหลังจากที่เราลองทำหลายๆอย่างแล้วครับแล้วเราจะรู้ว่าโอเคมันจะเหลือแค่เรื่องเดียวแหละที่เป็นจุดขายของเราได้
กล้าที่จะขอทำแล้วก็ปล่อยให้ตัวเรานั้นเติบโตไปพร้อมกับมันนั่นคือผ้าที่ตัวของน้องก้อยเขาวิเคราะห์นะครับสิ่งที่น้องก้อยจะบอกก็คือถึงจะทำไม่ได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรื่องนึงเราทำได้ดีส่วน

7
00:03:12,720 --> 00:03:18,210
สอง ถึง 4 
เราทำได้ในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเขาจ้างร้อยขอไปทำเลยเป็นร้อย

8
00:03:18,220 --> 00:03:36,850
50 
ถ้าไม่สำเร็จอย่างมากเราเต็มที่กับมันแล้วไม่ใช่อย่างน้อยนะครับและก็สุดท้ายคือไม่จำเป็นต้องนิยามตัวเองว่าเป็นมนุษย์เป็ดเราเป็นหงส์เป็นหาดเป็นไก่เป็นอะไรก็ได้อย่างที่เราต้องการนะครับโอเคอันนี้เป็นหลักการและก็เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างดีและผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยในพระ

9
00:03:36,860 --> 00:03:40,410
หนึ่ง 
คือถ้าสมมุติเรายิ่งไม่รู้ว่าตัวเองว่าเราเก่งด้านไหนเรา

10
00:03:40,530 --> 00:03:41,190
ไม่แน่ใจด้านไหนทำได้หมดครับแล้วจนสุดท้ายเราจะหาได้ในผ้าที่ว่าเออสรุปสุดท้ายแล้วเราถนัดในเรื่องไหนเราอินกับเรื่องไหนนะครับแล้วนั่นคือแหละคือจุดที่เราจะไปต่อให้สุดท้ายอีกที
หนึ่ง 

11
00:03:41,200 --> 00:04:23,620
และในส่วนอื่นๆได้นะครับที่เราเคยลองทำแล้วมันผิดถูกหรืออะไรก็แล้วแต่ในพรรคเหล่านี้มันส่งเสริมกับสิ่งที่เราอยากทำได้นะครับมันไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราทำแล้วมันล้มเหลวนะครับแต่ว่ามันคือการเรียนรู้และการเรียนรู้นั่นแหละมันเป็นการส่งเสริมของเราได้ในส่วนที่เราอยากจะไปนะครับดังนั้นเป็นพระที่ผมมองว่าการเรียนการร้องหลายๆอย่างแล้วจนกระทั่งรู้ตัวเองเป็นภาระที่สำคัญการล้มจากการทดสอบจากการทดลอง
มันคือแสดงว่าเราได้ทดลองและทดสอบ

12
00:04:24,460 --> 00:04:52,540
มันไม่ใช่ว่าเราอยู่เฉยๆแล้วรอให้โอกาสเข้ามาแต่กลายเป็นว่าเราพุ่งเข้าหาโอกาสทุกอย่างแล้วสุดท้ายเราโตไปพร้อมกับมันเราโตไปกับคำว่าเราได้ลองแล้วคนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรครับดังนั้นไม่ต้องสนใจมุ่งไปทำไปและสุดท้ายทุกอย่างมันจะส่งเสริมตัวเราเองในอนาคตนะครับโอเคเอสสนี้ก็ประมาณนี้ครับขอบคุณทุกท่านเข้ามาติดตามแล้วพบกันใหม่สำหรับวันนี้ลากันไปก่อนสวัสดีครับ
