1
00:00:14,590 --> 00:00:16,070
สวัสดีครับ กับแมลง 9 ชิลชิล 
เซอร์ตี้ไบซครับผม สุเมธ 

2
00:00:16,070 --> 00:00:16,309
จิตต์ภักดี 
ประดิษฐ์ดําเนินรายการนะครับ 

3
00:00:16,309 --> 00:00:17,470
เอพพิโซดนี้จะเป็นเอพพิโซดของฟอร์เรนซีนะครับ
วันนี้จะพูดถึงเรื่องของเลนุกเอ็นพอยท์

4
00:00:17,470 --> 00:00:18,990
ฮะเลิร์น นิ่งทูโปรเทค อะเกนท์ 
มัลแวร์แอนด์ เดอะสรัคทีฟ 

5
00:00:18,990 --> 00:00:30,110
แอชเท็กนะครับ 
หนึ่ง 

6
00:00:30,110 --> 00:00:30,630
เปเปอร์นี่เป็นไวท์เปเปอร์ที่มาจากทางฝั่งของทีมแมนเดียนนะครับ
เค้าพูดถึงเรื่องของพอดีว่าในส่วนของบทความเนี่ยมันเกิดมาจากที่ผมด้วยความที่มันเริ่มมีอินไซด์นึงขึ้นมา

7
00:00:30,630 --> 00:00:31,190
พอมีอินเตอร์เน็ทนึงเสร็จปุ๊บแล้วตัวของเครื่องต้องทําใหม่
พอ เครื่องต้องทําใหม่ 

8
00:00:31,190 --> 00:00:31,590
เสร็จทีมงานที่ต้องเตรียมเครื่องเค้าก็มาถามผมว่า
เออ 

9
00:00:31,590 --> 00:00:32,430
มันมีเอออะไรที่นอกเหนือจากตัวของซีไอเอสที่จะจําเป็น
ต้องทําเรื่องของ harding 

10
00:00:32,430 --> 00:00:33,590
มั้ยนะครับ คุณก็หาบทความไปนะครับ
แล้วก็มาเจอตัวของทางฝั่งของ 

11
00:00:33,590 --> 00:01:00,710
mendion ซึ่งก็เข 
ได้โอเคนะครับ 

12
00:01:00,710 --> 00:01:01,670
จริงจริงพาร์ทนึงส่วนใหญ่เลยต้องบอกว่าคล้ายกับตัวของซีเอสด้วยซ้ํานะครับ
แต่ว่าก็ 

13
00:01:08,190 --> 00:01:08,670
มีส่วนหนึ่งที่เสริมขึ้นมาแล้วกัน
ก็ก็เลยเอามาให้ดูนะครับ 

14
00:01:08,670 --> 00:01:09,070
ตัวอย่างของการทํานะครับว่าไอ้ไฮเดิร์นนิ่งที่ว่าเนี่ย
มันคือประมาณไหน 

15
00:01:09,070 --> 00:01:09,590
แล้วก็ทําแล้วมันจะประมาณไหนนะครับ
ในส่วนของเองเนี่ย 

16
00:01:09,590 --> 00:01:10,070
หรือก็คือเองนะครับ 
ก็จะเป็นเรื่องของการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเซิร์ฟเวอร์โดยการคอมฟอร์ชันให้ปลอดภัยนะครับ

17
00:01:10,070 --> 00:01:11,150
ซึ่งในที่นี้เนี่ยมันก็จะมีลักษณะของการทํางานที่หลากหลายนะครับ
ภาพเป็นฝั่งของทาง 

18
00:01:33,670 --> 00:01:34,590
ทางฝั่งของทางแมนเดียนนะครับ 
เค้าจะแบ่งเป็น 3 

19
00:01:34,590 --> 00:01:35,710
หัวข้อหลักหลักก็คือแพลตฟอร์ม 
hardening finus hardening และก็ 

20
00:01:35,710 --> 00:01:37,990
auditing and visibility นะครับ 
ดังนั้นมันจะเป็นเห็นเป็น 2 

21
00:01:37,990 --> 00:01:39,590
ส่วนนะครับ ส่วนคือเรื่องของ 
การป้องกันการทําต่างต่างกับตัวอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของ

22
00:01:39,590 --> 00:01:41,270
การทํา auditing นะครับ 
เพราะว่าถ้าเรามองคือ 

23
00:01:41,510 --> 00:01:41,950
ถ้าเป็นลักษณะของการโจมตีโดยทั่วไปมันจะป้องกันยังไงได้บ้าง
แล้วก็รวมถึงเรื่องของตัวออดิติ้ง

24
00:01:41,950 --> 00:01:43,430
ถ้าสมมุติว่านอกเหนือจากนั้นแล้วเราจะ
audit ตัวของ user ยังไง 

25
00:01:43,430 --> 00:02:01,480
นั่นคือส่วนที่เราต้องการนะครับ 
ไปกันที่ส่วนแรกนะครับ 

26
00:02:01,480 --> 00:02:01,800
เรื่องของตัวแพลตฟอร์มนิ่งนะครับ 
แพลตฟอร์มนิ่งเนี่ย 

27
00:02:01,800 --> 00:02:03,080
ไปดูส่วนของตัว curnel โมดุล 
sining ก่อนนะครับ 

28
00:02:03,080 --> 00:02:04,000
จะเป็นเรื่องของ 
การจัดการเรื่องของ digital 

29
00:02:04,000 --> 00:02:05,480
scientistal signature นะครับ 
ที่จะเป็นเรื่องของตัวเคอร์เนลโมดุลนะครับ

30
00:02:05,480 --> 00:02:06,520
ที่ว่าเวลาที่จะเอามาโหลดอะไรก็แล้วแต่ต้องเป็นตัวของ
digital signature ที่เป็นพลัส 

31
00:02:06,520 --> 00:02:07,440
ดิจิทัล ซิกเนเจอร์นะ 
ถึงจะสามารถยอมให้โหลดได้นะครับ 

32
00:02:07,440 --> 00:02:09,560
ซึ่งในส่วนนี้เป็นเรื่องของต้อง 
constitution ของตัว cernal 

33
00:02:09,560 --> 00:02:10,560
นะครับ 
เพื่อจะให้เอ่อเฉพาะเจาะจงว่าเราจะตัวของ

34
00:02:10,560 --> 00:02:31,640
trust ตัวของ 
เออ digital ขออภัยตัวของ delal 

35
00:02:31,640 --> 00:02:33,400
signature ขององค์กรไหน 
หรือว่าของที่ไหนยังไงบ้างนะครับ 

36
00:02:37,110 --> 00:02:37,830
ซึ่งเราสามารถกําหนดได้จากตัวของคอนฟิกโมเดลตรงนี้นะครับ
ซึ่งถ้าเราดูเรื่องของโดยละเอียดนะครับ

37
00:02:37,830 --> 00:02:38,190
ทางฝั่งของเมดเนี่ยเค้าก็มีให้ตัวของพีพีแอลดอทคอ
นฟลิกซ์ไว้ให้นะครับ 

38
00:02:38,190 --> 00:02:38,790
อันนี้คือตัวอย่างของตัวคอนซูปอร์ชั่นนะครับ
อันนี้เป็นเรื่องของตัวการกําหนดพวกการป้องกันต่างต่างนะครับ

39
00:02:38,790 --> 00:02:39,270
แล้วก็รวมถึงเรื่องของการคอมพิวเตอร์ตัวของเคอเนลนะครับ
ให้มีการโหลดอย่างปลอดภัยนะครับ 

40
00:02:39,590 --> 00:03:06,440
อันนี้คือภัยที่หนึ่งเนาะ 
พาร์ทที่ 2 

41
00:03:06,480 --> 00:03:07,440
คือส่วนของตัวเคอร์เนียล โมเดล 
โหลดดิ้งเอ็นเอ็นฟอร์ซเมนต์นะครับ

42
00:03:07,440 --> 00:03:07,920
เป็นการกําหนดให้ตัวของเออรีโลเคอร์เนลนะครับ
โหลดคอนฟิกเรชั่น 

43
00:03:08,280 --> 00:03:08,880
หรือโหลดโมเดลเนี่ยเฉพาะตัวของที่มีอยู่เท่านั้นไม่ได้โหลดของใหม่นะครับ
ซึ่งตรงเนี้ยมันก็จะเป็นเครือเนลจุดโมดุลอันเดอร์สกอร์ดิสซิเบิลเท่ากับหนึ่งนะครับ

44
00:03:28,110 --> 00:03:28,790
หรือถ้าเราจะ conflict 
ให้แบบณตอนนั้นเลยก็จะเป็นตัวของ 

45
00:03:28,790 --> 00:03:31,350
การใส่เข้าไปในตัวของ proxy 
curnal โมดุล disible นะครับ 

46
00:03:31,350 --> 00:03:32,310
ส่วนนี้มาต่อมาครับ 
จะเป็นเรื่องของตัว secure shel 

47
00:03:32,310 --> 00:03:33,270
asset 
เอาไปแอทแทคเพอร์เฟดดีดักชั่นนะครับ

48
00:03:33,750 --> 00:03:43,950
ก็เป็นเรื่องของการลด 
เรื่องของการถูกโจมตีจากตัวของ 

49
00:03:43,950 --> 00:03:45,190
secure share attack 
ต่างต่างนะครับ 

50
00:03:45,190 --> 00:03:45,990
ซึ่งในส่วนนี้ก็มีการคอมฟีเคชั่นในหลายหลายส่วน
ซึ่งอันที่พูดตรงตรงก็เหมือนกับตัวของ

51
00:03:45,990 --> 00:03:47,630
c s นั่นแหละ part 
นึงคือเรื่องของ 

52
00:03:47,830 --> 00:03:48,190
การห้ามให้ทําการรูทล็อกอินโดยตรงนะครับ
แล้วก็มีการกําหนดตัวของ user 

53
00:03:48,190 --> 00:03:49,070
ที่จะ allow 
ให้สามารถล็อกอินได้เท่านั้นนะครับ

54
00:03:49,070 --> 00:03:49,990
audience ไม่ตอบนะครับ 
ก็เป็นเรื่องของ การกําหนดว่า 

55
00:03:49,990 --> 00:03:51,310
เป็นตัวของ one autication 
หรือจะเป็นตัวของทาง multifactor 

56
00:03:51,310 --> 00:04:12,640
นะครับ 
ยังไม่รวมถึงเรื่องของตัวการใช้งานตัวของ

57
00:04:12,640 --> 00:04:14,200
key alightation นะครับ 
ที่จะกําหนดได้แล้วก็ในส่วนอื่นนะครับ

58
00:04:14,200 --> 00:04:17,560
อ่า อย่างเงี้ยตอบก็เป็น public 
key กับตัวของ password 

59
00:04:17,560 --> 00:04:19,120
อันนี้เป็นตัวอย่างของตัว altiate
ที่เมื่อกี้พูดถึงนะครับ 

60
00:04:29,720 --> 00:04:32,520
Post dot alow กับ host and nine 
ก็คือ aloundown ให้สามารถที่จะ 

61
00:04:32,520 --> 00:04:34,000
log in มาจากไหนได้บ้างนะครับ 
สามารถทําเอ็กซ์โปรดฟอลได้มั้ยนะครับ

62
00:04:34,000 --> 00:04:36,560
ก็โดย default จะเป็น no นะครับ 
แล้วก็แม็คออนซิเยชั่นไทยก็คือสามารถลองล็อกอินได้กี่ครั้งนะครับ

63
00:04:36,560 --> 00:04:38,960
แล้วก็มีการ keep connection 
นะครับ keep alive internal 

64
00:04:38,960 --> 00:04:42,360
interval นะครับ ประมาณ 5 ถึง 15 
นาทีนะครับ 

65
00:04:55,550 --> 00:04:57,950
มีการ around ตัวของ t c p 
forwarding มั้ยนะครับ 

66
00:04:57,950 --> 00:04:58,670
ซึ่งโดยเฉพาะควรจะเป็นโนนะครับ 
แล้วก็หลอกเลเวลเป็น wealth 

67
00:04:58,670 --> 00:04:58,950
นะครับ 
เพื่อจะให้เห็นตัวของข้อมูลหลอกอย่างชัดเจน

68
00:04:58,950 --> 00:05:02,710
permit anti password เป็น no 
นะครับ ก็คือให้ล็อกอิน 5 ม เป็น 

69
00:05:02,710 --> 00:05:05,310
non พาสเวิร์ดนะครับ ส่วนของ con 
job ครับ 

70
00:05:05,310 --> 00:05:07,550
ก็จะเป็นเรื่องของการจัดการเรื่องของพวก
การ run คําสั่งเป็นระดับช่วงเวลา

71
00:05:07,550 --> 00:05:09,590
ต่างต่างก็จะมีเรื่องของ 
resection ให้ไม่สามารถ run 

72
00:05:09,590 --> 00:05:25,040
ได้นะครับ 
แล้วก็มีการกําหนด promition 

73
00:05:25,040 --> 00:05:25,800
ในการเขียนต่างต่างไว้ให้ด้วยนะครับ
สําหรับตัวของ con job 

74
00:05:25,800 --> 00:05:26,600
ต่างต่างนะครับ 
ในเรื่องของตอนส่วนมากก็จะเป็นเรื่อง

75
00:05:26,600 --> 00:05:28,200
esway d นะครับ ซึ่งจริงจริง 
อันนี้เหมือนซีไอเอสนะครับ 

76
00:05:28,200 --> 00:05:29,600
ก็คือเรื่องของการดูว่าตัวของเอ่อ
expusion ไหนเป็นสกี้บิดบ้าง 

77
00:05:30,200 --> 00:05:30,680
แล้วก็อันไหนที่เราสามารถเซตให้เป็นธรรมดาได้มั้ยนะครับ
จะเป็นส่วนเรื่องนั้นนะครับ 

78
00:05:30,680 --> 00:05:31,600
ส่วนของ mouth podition podition 
option 

79
00:05:31,600 --> 00:05:32,280
ก็จะเป็นเรื่องของการเมาท์ในผาด 
ต่างต่างว่าควรจะเป็นการเม้าท์แบบไหนบ้างนะครับ

80
00:05:32,280 --> 00:05:32,640
ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีเรื่องของตัวอย่าง
rec 

81
00:05:54,910 --> 00:05:55,310
ฉันเม้าท์พ้อยท์ไว้ให้ด้วยนะครับว่าเม้าท์พอยท์ออฟชั่นแต่ละอัน
แต่ละพาร์ทควรจะต้องใช้ออปชั่นไหนนะครับ

82
00:05:55,310 --> 00:05:55,790
ส่วนถัดมาจะเป็นเรื่องของเอสซีดีลุกครับ
ก็จะเป็นเรื่องของการอินฟอร์ท 

83
00:05:55,790 --> 00:05:57,030
policy นะครับ การออดิทการ 
configgulation 

84
00:05:57,030 --> 00:05:58,110
การทํางานต่างต่างของตัว user 
ควรจะเป็นตาม communication 

85
00:05:58,310 --> 00:05:58,990
ที่ควรจะเป็นเท่านั้นนะครับ 
ดังนั้นตัวของเอชดีลูกก็ควรจะเป็นเรื่องของ

86
00:05:58,990 --> 00:05:59,950
infoing เป็นหลักนะครับ 
ถ้าไม่งั้นเนี่ยมันจะเป็นเรื่องของ

87
00:05:59,950 --> 00:06:01,390
purmisive 
ก็คือแค่การแจ้งเตือนอย่างเดียวนะครับ

88
00:06:21,710 --> 00:06:22,030
ส่วนทําไมเป็นเรื่องของแอพอาร์เมอร์ครับ
เป็นการกําหนดว่าให้ตัวของแอพพลิเคชั่นนั้นทํางานอยู่ในภายใต้กรอบอะไรบ้างนะครับ

89
00:06:22,030 --> 00:06:22,950
เช่น ตัวของ การรันแอปพลิเคชัน 
run 

90
00:06:22,950 --> 00:06:23,710
แล้วจะสามารถเข้าถึงไฟล์อะไรได้บ้าง
สามารถเข้าถึงผ่านอะไรได้บ้าง 

91
00:06:23,710 --> 00:06:23,990
หรือว่าอ้างอิงไฟล์อะไรได้บ้าง 
หรือแม้กระทั่งการโหลดโหลดอะไรได้บ้างนะครับ

92
00:06:23,990 --> 00:06:25,830
ซึ่งอันนี้ก็เป็นส่วนของ advance 
ซึ่ง appemer 

93
00:06:25,830 --> 00:06:26,790
เองจริงจริงแล้วเนี่ย 
มันก็คล้ายกับตัวของ exitup 

94
00:06:26,790 --> 00:06:28,910
จากคนละแบบกัน ถ้าเป็น asset 
เน้นเรื่องของตัว policy producer

95
00:06:28,910 --> 00:06:32,430
จากตัวของ context ของตัว user 
เป็นหลัก แต่ถ้า app a 

96
00:06:52,390 --> 00:06:52,670
จะเน้นไปที่ตัวของแอปพลิเคชันซะมากกว่านะครับ
มันจะคนละแบบกันนะครับ 

97
00:06:52,670 --> 00:06:53,630
ส่วนจะมาจะเป็นเรื่องของตัว 
ipadable นะครับ 

98
00:06:53,630 --> 00:06:56,670
อันนี้เค้าก็จะมีเรื่องของตัวอย่างของ
i p pable ที่จะกําหนด rule do 

99
00:06:57,350 --> 00:06:57,990
default นะครับ 
เพื่อให้ตัวของเน็ตเวิร์กทําสร้างขึ้นมาแบบสีเขียวนะครับ

100
00:06:57,990 --> 00:06:58,390
ก็คือหมายความว่ารูเนี่ยให้อะลาเฉพาะตัวของที่จําเป็นเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของอันแรกก็คือ

101
00:06:58,390 --> 00:07:18,080
i p event list ออกมาเนี่ย 
ควรจะไม่มีอะไรเลยนะครับ 

102
00:07:18,160 --> 00:07:20,160
จากนั้นก็ฟลัดนะครับ clean up 
ทั้งหมดแล้วก็กําหนด default 

103
00:07:20,160 --> 00:07:23,120
policy ของ input forward output 
เป็น drop ทั้งหมดก่อนนะครับ 

104
00:07:23,120 --> 00:07:24,400
จะไม่ค่อยอันราวน์เฉพาะที่จําเป็นเท่านั้น
เช่น อินบาวเอาท์บาวด์นะครับ 

105
00:07:24,400 --> 00:07:24,840
ของตัวสเกลเชลฟ์นะครับ 
หรือว่าตัวของ 

106
00:07:35,110 --> 00:07:36,630
Traffic โดยเฉพาะหรือทางทํา 
blacklist ก็ได้แล้วแต่นะครับ 

107
00:07:36,630 --> 00:07:37,870
อันนี้ก็เป็นส่วนที่ตัวของทางฝั่งของ
mendion เขาทําขึ้นมานะครับ 

108
00:07:37,910 --> 00:07:40,030
ส่วนจะมาเริ่มเรื่องของตัว 
discible ตัวของ ansel service 

109
00:07:40,030 --> 00:07:41,110
นะครับ ก็เราต้องมาดูว่า ตัวของ 
service 

110
00:07:41,110 --> 00:07:42,470
ไหนที่เราคิดว่าน่าจะต้องจําเป็นบ้างในเครื่องนะครับ
ส่วนที่เหลือก็ทําการ discoven 

111
00:07:43,230 --> 00:07:43,630
กันไปให้หมด 
เพื่อจะให้ใช้งานเฉพาะตัวของ 

112
00:07:43,630 --> 00:08:01,880
service ที่จําเป็นเท่านั้นนะครับ
M s learning นะครับ 

113
00:08:01,880 --> 00:08:04,480
เป็นเรื่องของการทํา facaring 
นะครับ ก็เป็น high the shareing 

114
00:08:04,480 --> 00:08:06,080
โดยเฉพาะ part ที่จําเป็นเท่านั้น
หรือรวมถึงเรื่องของตัว user 

115
00:08:06,080 --> 00:08:07,400
ที่เข้าใช้งานก็ควรจะเป็น user 
ที่จําเป็นเท่านั้นนะครับ 

116
00:08:07,400 --> 00:08:08,200
หรือตัวของการเข้าถึงใดใดก็แล้วแต่นะครับ
ก็เป็นเรื่องของการ setting 

117
00:08:08,200 --> 00:08:09,480
ในส่วนนี้นะครับ อะ 
ส่วนหัวข้อถัดมาเป็นหัวข้อใหญ่ครับ

118
00:08:09,680 --> 00:08:12,280
ก็คือเรื่องของ credicial 
hardening นะครับ credience ชื่อ 

119
00:08:12,480 --> 00:08:13,480
hardening 
ในส่วนนี้เนี่ยก็จะเป็นเรื่องของการ

120
00:08:13,480 --> 00:08:14,280
set password 
ภายในเครื่องยังไงให้มีความแข็งแรงมากขึ้นนะครับ

121
00:08:14,280 --> 00:08:30,510
ยกตัวอย่างเช่น ตัว 
กู๊ดก็ควรจะเป็นเรื่องของการใช้งานสตรองพาสเวิร์ด

122
00:08:30,510 --> 00:08:31,270
มีการใช้งานตัวของพาสเวิร์ด 
โรเทชั่น อินฟอสซิ่งนะครับ 

123
00:08:31,270 --> 00:08:42,350
แล้วก็มีเรื่องของตัวยูนิพาสเวิร์ดสําหรับตัวของแต่ละยูสเซอร์นะครับ
อีกส่วนหนึ่งคือจะเป็นเรื่องของตัวพริวิเรท

124
00:08:42,350 --> 00:08:42,950
แอ็กเคานต์ ต่างต่างนะครับ 
อันนี้ก็เป็นส่วนที่เราต้องกําหนดในตัวของซูเลอร์นะครับ

125
00:08:42,950 --> 00:08:43,710
ที่จะใช้กําหนดว่าโอเค 
ตัวของแอคเคาท์ใดใดมีสิทธิ์อะไรยังไงบ้าง

126
00:08:43,710 --> 00:08:44,670
และก็แอคเคาท์ไหนควรจะใช้สิทธิ์ที่สิทธิ์สูงได้บ้างนะครับ
อีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของ 

127
00:08:44,670 --> 00:08:44,950
การทําพวกสตรองพาสเวิร์ด 
เอ็นฟอร์เมนต์นะครับ 

128
00:08:44,950 --> 00:08:45,110
เป็นการตั้งพาสเวิร์ดอย่างไรให้ปลอดภัย
โดยปกติเนี่ยตัวของทางฝั่ง 

129
00:09:09,990 --> 00:09:10,350
เองเนี่ยเค้าไม่ได้มีนะครับ 
ในเรื่องของการตั้งพาสเวิร์ดให้สตรองนะครับ

130
00:09:10,350 --> 00:09:11,070
ดังนั้นเนี่ย 
เราต้องติดตั้งลิสต์เพิ่มเติมเพื่อจะให้เป็นการเป็นยูสเซอร์ตั้งพาสเวิร์ดให้ได้อย่างเหมาะสมนะครับ

131
00:09:11,070 --> 00:09:11,710
ซึ่งอย่างตัวอย่างของทางฝั่งแมนเดียนที่เค้าทําขึ้นมาเนี่ยก็จะเป็นไปแก้ไขในคอมมอนพาสเวิร์ดนะครับ
หลังจากที่ติดตั้งตัวของลีกแพมแครลิปแล้วนะครับ

132
00:09:11,710 --> 00:09:13,870
ไปแก้ไขตัวของอีทีพีแพมดอทดีคอมมอนพาสเวิร์ด
แล้วก็ใส่ตัว 

133
00:09:36,720 --> 00:09:38,440
ของ เอิ่ม คอนดิชั่น ตามนี้นะครับ
ก็คือเอ่อดูเซอร์จะเอ่อ 

134
00:09:38,440 --> 00:09:39,280
ตัวของยูสเซอร์เนี่ยมีการพร้อมหนึ่งครั้ง
หลังจากที่เอ่อ 

135
00:09:39,600 --> 00:09:40,400
มีการตั้งพาสเวิร์ดไปแล้วนะครับ 2
คือตัวของจํานวนขั้นต่ําของตัวพาสเวิร์ดควรจะเป็น

136
00:09:40,600 --> 00:09:56,670
15 แล้วก็ตัวของ 
พาสเวิร์ดต้องมีอย่างน้อยหนึ่ง 

137
00:09:56,910 --> 00:09:59,110
upper character ตัวของ lower 
เคสนะครับ 

138
00:09:59,470 --> 00:10:01,630
ก็คือตัวอักษรธรรมดาเนี่ยอย่างน้อยหนึ่งตัว
แล้วก็มีตัวของตัวเลขนะครับ 

139
00:10:01,990 --> 00:10:02,630
จริงจริงพวกนี้เราสามารถเซ็ตได้หมดเลยนะครับ
แล้วก็อีกส่วนที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของตัวซิมบนกับตัวของ

140
00:10:02,630 --> 00:10:03,630
เอ่อ ตัวเลขก็ 
3ารถกําหนดได้เหมือนกันนะครับ 

141
00:10:03,630 --> 00:10:04,870
ขึ้นอยู่กับเราเลยว่าเราจะกําหนดตัวของพาสเวิร์ด
เอ่อ policy นั้นเป็นยังไงนะครับ 

142
00:10:21,440 --> 00:10:21,640
ส่วนทําไมจะเป็นเรื่องของพาสเวิร์ดล็อกเอาท์นะครับ
จริงจริงเราก็สามารถกําหนดได้จากตัวของไฟล์ที่เป็นตัวของแพมเมื่อกี้เหมือนกันนะครับ

143
00:10:21,640 --> 00:10:22,080
แพมทารี่ต่างต่างเนี่ยมันสามารถกําหนดได้นะครับ
แล้วก็แพมแอพพลิเคชั่นเนี่ย 

144
00:10:22,080 --> 00:10:22,840
พวกนี้มันสามารถกําหนดได้หมดเลยว่าถ้าสมมติเกิดการล็อกอินเฟลกี่ครั้งจะทําการล็อคเท่าไหร่นะครับ
แล้วก็ท่า success 

145
00:10:22,840 --> 00:10:23,360
ไปแล้วจะให้ไปโหลดไฟล์ไหนต่อนะครับ
อันนี้ก็เป็นส่วนของที่เราสามารถเซตได้หมดเลยนะครับ

146
00:10:23,360 --> 00:10:24,120
ซึ่งอันเนี้ยก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีแล้วก็ง่าย
เพราะไม่งั้นเนี่ย 

147
00:10:24,120 --> 00:10:52,230
ถ้าเราต้องมานั่งเรียนรู้เรื่อง 
เด็กแพมเองเนี่ย 

148
00:10:52,430 --> 00:10:53,070
ค่อนข้างจะใช้เวลานะครับ 
แต่ว่าทางฝั่งของทางเมนเนียเค้าก็ทําสรุปมาให้ก็ทําให้ง่ายต่อการใช้งานนะครับ

149
00:10:53,070 --> 00:10:53,830
ในการ setting 
ส่วนที่เหลือจะเป็นเรื่องของตัว 

150
00:10:53,830 --> 00:10:56,110
auditing and visibility นะครับ 
ก็จะเน้นไปที่ตัวของ audit d 

151
00:10:56,110 --> 00:10:57,430
นะครับ ก็เป็นเรื่องของการออดิท 
การทํางาน ต่างต่างของตัว user 

152
00:10:57,430 --> 00:10:58,830
และก็ตัวของ service 
ภายในเครื่องนะครับ 

153
00:10:58,830 --> 00:11:01,350
ซึ่งในส่วนนี้ต้องเป็นส่วนที่ผมเน้นย้ําว่าอยากให้มีในตัวของ
real server ทุกตัวนะครับ 

154
00:11:01,350 --> 00:11:23,470
จริงจริงแล้วเหมือนกับตัวของซิสมอนที่ผมก็เน้นย้ําเหมือนกันว่าอยาก
ในแต่ละตัวของเซิร์ฟเวอร์นะครับ 

155
00:11:23,470 --> 00:11:24,510
แต่เช่นเดียวกันก็รู้ว่ามันอาจจะกระทบเรื่องของจํานวน
log ที่เกิดขึ้นได้นะครับ 

156
00:11:24,510 --> 00:11:25,870
แต่เช่นเดียวกัน พอเวลาเราทําการ 
points นะครับ 

157
00:11:25,870 --> 00:11:26,390
ต้องบอกตรงตรงว่าถ้าไม่มีพวกหลอกพวกนี้เนี่ยจะทําให้การทํางานของทาง
evisator 

158
00:11:26,390 --> 00:11:27,430
หรือคือคนสอบสวนสืบสวนสอบสวนเนี่ย
เค้าจะยากนะครับ 

159
00:11:27,430 --> 00:11:28,510
ดังนั้นก็จะเป็นอีกพาร์ทนึงที่ผมแนะนํานะครับ
ซึ่งในส่วนของทางฝั่ง maindies 

160
00:11:28,510 --> 00:11:29,270
เค้าก็มีการยกตัวอย่างตัวของ 
audity consulation 

161
00:11:29,270 --> 00:11:54,310
ที่แนะนําให้แล้วนะครับ 
และถ้าหากใครที่สนใจรายละเอียดก็ลองเข้ามาที่ตัวของเอกสารของไทม์แอนด์เดี้ยนนะครับ

162
00:11:54,310 --> 00:12:04,390
แล้วก็มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมอีกทีนึงนะครับ
โอเคก็หัวข้อนี้ประมาณนี้นะครับ 

163
00:12:04,910 --> 00:12:05,870
เป็นการยกตัวอย่าง เฉย 
เฉยว่าในส่วนของทางฝั่งซีไอเอส 

164
00:12:05,870 --> 00:12:07,150
นอกเหนือจากที่เป็นซีไอเอส 
เป็นตัวแนะนําในเรื่องของการ high

165
00:12:07,150 --> 00:12:08,590
learning แล้วเนี่ย 
จริงจริงแล้วมันก็จะมีตัวของ way 

166
00:12:08,590 --> 00:12:10,430
paper ของที่อื่นมากมายนะครับ 
ที่จะแนะนําในเรื่องของการเพิ่มเรื่องของ

167
00:12:10,430 --> 00:12:11,550
complation 
อย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น 

168
00:12:11,550 --> 00:12:12,390
สําหรับตัวของเซิร์ฟเวอร์นะครับ 
ซึ่งในที่นี้ก็คือของทาง men 

169
00:12:12,390 --> 00:12:13,870
design นั่นเองนะครับ โอเค 
episode นี้ประมาณนี้นะครับ 

170
00:12:13,870 --> 00:12:14,310
ขอบคุณทุกท่านมาติดตามแล้วพบกันใหม่สําหรับวันนี้
ลากันไปก่อน สวัสดีครับ

